วิจัยเมืองนอกเตือน "เครื่องดื่มยอดฮิต" แค่วันละ 1 กระป๋อง เสี่ยงไขมันพอกตับพุ่ง 60%

วิจัยเมืองนอกเตือน "เครื่องดื่มยอดฮิต" แค่วันละ 1 กระป๋อง เสี่ยงไขมันพอกตับพุ่ง 60%

วิจัยเมืองนอกเตือน "เครื่องดื่มยอดฮิต" แค่วันละ 1 กระป๋อง เสี่ยงไขมันพอกตับพุ่ง 60%
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิจัยเผยเครื่องดื่ม "0 แคลอรี" ดื่มเพียงวันละ 1 กระป๋อง เสี่ยงไขมันพอกตับพุ่ง 60% กูรูชี้อันตรายไม่แพ้แอลกอฮอล์

การดูแลตับอาจไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาหารเสริมราคาแพงเสมอไป นายยัง ซื่อเหว่ย หรือ "เวย์น" ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหาร จากไต้หวัน ได้ออกมาเตือนถึงพฤติกรรมการบริโภคที่ทำลายตับโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล หรือ "เครื่องดื่มไดเอต" ที่หลายคนเข้าใจว่าดีต่อสุขภาพ แต่กลับเพิ่มความเสี่ยงโรคไขมันพอกตับได้อย่างน่าตกใจ

ข้อมูลจากงานวิจัยในสหราชอาณาจักรที่ติดตามกลุ่มตัวอย่างกว่า 120,000 คน เป็นเวลานานถึง 10 ปี พบว่าการดื่มเครื่องดื่มที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเพียงวันละ 1 กระป๋อง สามารถทำให้ความเสี่ยงในการเกิดภาวะไขมันพอกตับเพิ่มสูงขึ้นถึง 60% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลปกติเสียด้วยซ้ำ

3 ขั้นตอนง่ายๆ เพื่อการกู้คืนสุขภาพตับ

ผู้เชี่ยวชาญเวย์นได้สรุปแนวทางการดูแลตับตามคำแนะนำของแพทย์ศัลยกรรมตับชาวญี่ปุ่น ซึ่งสามารถเริ่มทำได้ทันทีดังนี้

1. เปลี่ยนเครื่องดื่มรสหวานเป็นน้ำเปล่าหรือกาแฟดำ

น้ำตาลฟรุกโตสในเครื่องดื่มรสหวานจะถูกส่งไปเผาผลาญที่ตับเกือบทั้งหมด การงดเครื่องดื่มรสหวานแล้วเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่า ชาไม่ใส่น้ำตาล หรือกาแฟดำ จะช่วยลดภาระของตับได้อย่างเห็นผลชัดเจน โดยพบว่าผู้ป่วยที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้เพียง 1 เดือน จะมีการทำงานของตับที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

iStockphoto

2. ตรวจสอบปริมาณแอลกอฮอล์และสารให้ความหวาน

แอลกอฮอล์จะบังคับให้ตับต้องให้ความสำคัญกับการขจัดสารพิษจากสุราก่อนเป็นอันดับแรก ส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันในเซลล์ตับ ในขณะที่สารให้ความหวานแทนน้ำตาลแม้จะมีกระบวนการส่งผลต่อร่างกายที่ต่างออกไป แต่สุดท้ายแล้วทั้งคู่ต่างมีจุดหมายเดียวกันคือ "การทำลายตับ"

3. เลือกรับประทานพรีไบโอติกธรรมชาติจากในครัว

ไม่จำเป็นต้องหาซื้อพรีไบโอติกแบบบรรจุขวด แต่สามารถหาได้จากวัตถุดิบในห้องครัว เช่น หอมหัวใหญ่ กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง และข้าวโอ๊ต ซึ่งมีสาร "อินูลิน" (Inulin) ตามธรรมชาติ สารนี้จะช่วยให้จุลินทรีย์ในลำไส้ย่อยน้ำตาลฟรุกโตสบางส่วนก่อนที่จะเดินทางไปถึงตับ ถือเป็นการช่วยลดภาระให้ตับได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ ผลการวิจัยหลายชิ้นยังสนับสนุนว่าการดื่มกาแฟดำมีส่วนช่วยในการปกป้องตับ ดังนั้นการดื่มกาแฟดำเพียงแก้วเดียวจึงถือเป็นการทำสองหน้าที่ควบคู่กัน ทั้งการทดแทนเครื่องดื่มรสหวานและการบำรุงตับไปในตัว

แหล่งอ้างอิง

  1. ETtoday
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล