5 สิ่งที่ "น้ำมันดิบ" แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน อาจไม่รู้ตั้งแต่ตื่นนอนเลยทีเดียว
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ถ้าพูดถึง "น้ำมันดิบ" หลายคนคงนึกถึงแค่ปั๊มน้ำมัน การเติมถังให้เต็ม หรือราคาน้ำมันที่ขึ้นลงรายวันใช่ไหมคะ? แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วเจ้า "สายแร่สีดำ" นี้แฝงตัวอยู่รอบตัวเราแทบจะทุกวินาที ตั้งแต่ตื่นนอนยันหลับตา เรียกว่าเป็น "สารตั้งต้นของโลกใบนี้" เลยก็ว่าได้ เพราะของใช้เกือบทุกอย่างที่เราสัมผัส ล้วนมีจุดกำเนิดมาจากโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานปิโตรเคมีทั้งสิ้น
กระบวนการความสวยงามนี้เริ่มจากการนำน้ำมันดิบไปผ่านความร้อนในโรงกลั่น แยกออกมาเป็นสารต่างๆ เช่น "แนฟทา" (Naphtha) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการทำพลาสติก หรือก๊าซต่างๆ ที่จะถูกแปรรูปเป็นเส้นใยสังเคราะห์ วันนี้เราจะพาไปส่อง "5 ไอเทมใกล้ตัว" ที่คุณอาจไม่เคยรู้เลยว่ามาจากน้ำมันดิบ!
1. เครื่องสำอางและสกินแคร์ (ความสวยที่มาจากปิโตรเลียม)
สาวๆ ฟังทางนี้! ลิปสติกแท่งโปรดที่ทาแล้วปากฉ่ำวาว หรือครีมบำรุงผิวที่ช่วยล็อกความชุ่มชื้น ส่วนใหญ่มักมีส่วนผสมที่ชื่อว่า Petrolatum (ปิโตรเลียมเจล), Mineral Oil หรือ Paraffin ซึ่งสารเหล่านี้คือผลพลอยได้จากการกลั่นน้ำมันดิบที่ถูกนำมาทำให้บริสุทธิ์นั่นเองค่ะ ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าสารสกัดเหล่านี้ปลอดภัยและช่วยเคลือบผิวไม่ให้สูญเสียน้ำได้ดีเยี่ยม ใครจะคิดว่าความสวยเป๊ะในทุกวัน มีจุดเริ่มต้นมาจากน้ำมันดิบใต้โลก!
2. เสื้อผ้าแฟชั่น (โพลีเอสเตอร์ที่ใส่สบายและไม่ต้องรีด)
ชุดออกกำลังกายที่แห้งไว หรือเสื้อแฟชั่นยับยากที่คุณชอบใส่ ส่วนใหญ่ทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์อย่าง โพลีเอสเตอร์ (Polyester) หรือ ไนลอน (Nylon) ซึ่งผลิตมาจากเม็ดพลาสติกที่ได้จากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั้งสิ้น ข้อมูลจากกระทรวงพลังงานระบุว่า เสื้อผ้าในตู้ของเรากว่าครึ่งมีส่วนประกอบของน้ำมันดิบแฝงอยู่ ทำให้ผ้ามีความยืดหยุ่น ทนทาน และดูแลรักษาง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่สุดๆ
3. บรรจุภัณฑ์พลาสติก (ขวดน้ำยันกล่องข้าว)
ไอเทมที่เราใช้กันนาทีต่อนาทีอย่างขวดน้ำดื่ม (PET) หรือถุงพลาสติก (PE) แปรงสีฟัน และบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับพลาสติก มีต้นกำเนิดมาจาก "แนฟทา" สารเคมีที่แยกได้จากโรงกลั่นน้ำมันดิบ แม้ปัจจุบันเทรนด์รักษ์โลกจะมาแรง แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพลาสติกเหล่านี้ช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายและสะอาดปลอดภัยในการเก็บรักษาอาหาร แต่อย่าลืมใช้แล้วรีไซเคิลกันด้วยนะคะ เพื่อให้คุ้มค่ากับทรัพยากรที่ใช้ไป
4. สมาร์ทโฟนและแกดเจ็ต (เทคโนโลยีที่พึ่งพาน้ำมันดิบ)
มือถือเครื่องเก่งในมือคุณ ไม่ได้มีแค่โลหะหรือกระจกนะคะ แต่ส่วนประกอบที่เป็นเคสพลาสติกเกรดพรีเมียม แผงวงจรภายใน หรือแม้แต่ฉนวนหุ้มสายชาร์จ ล้วนผลิตมาจากพลาสติกและสารเคมีที่ได้จากน้ำมันดิบ ข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลพลังงาน (EIA) ยืนยันว่าหากไม่มีน้ำมันดิบ เราแทบจะไม่มีวัสดุน้ำหนักเบาและทนทานมาผลิตอุปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้เลย
5. ยางรถยนต์และอุปกรณ์กีฬา
ยางรถยนต์ไม่ได้ทำจากยางพารา 100% นะคะ แต่มีการผสม ยางสังเคราะห์ (Synthetic Rubber) ที่ได้จากปิโตรเคมีเพื่อให้ยางมีความเหนียวและทนทานต่อความร้อนได้สูงขึ้น รวมถึงอุปกรณ์กีฬาอย่างลูกบาสเกตบอล รองเท้าวิ่ง หรือหมวกกันน็อก ก็มีน้ำมันดิบเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้วัสดุมีความแข็งแรงและปลอดภัย
น้ำมันดิบจึงไม่ใช่แค่เรื่องของพลังงานหรือรถยนต์ แต่มันคือ "วัตถุดิบหลักของโลกสมัยใหม่" ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันโดยไม่รู้ตัว การเข้าใจที่มาของสิ่งของเหล่านี้ นอกจากจะทำให้เราว้าวกับเทคโนโลยีการผลิตแล้ว ยังช่วยให้เราตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้ค่ามากขึ้น เพราะทุกชิ้นเริ่มต้นจากทรัพยากรธรรมชาติที่มีวันหมดไปนั่นเองค่ะ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล:
-
U.S. Energy Information Administration (EIA): รายงานความสัมพันธ์ของน้ำมันและผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน
-
กระทรวงพลังงาน (Energy.go.th): ความรู้เกี่ยวกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและโรงกลั่นน้ำมันในไทย
-
American Chemistry Council: ข้อมูลการแปรรูปน้ำมันดิบสู่ผลิตภัณฑ์พลาสติกและเส้นใยสังเคราะห์
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

