วิกฤตแม่ฮ่องสอน! ไฟป่าพุ่ง 806 จุด จมฝุ่น PM2.5 ประกาศภัยพิบัติแล้วหลายอำเภอ

แม่ฮ่องสอนวิกฤตหนัก! ไฟป่าพุ่ง 806 จุด ฝุ่นพิษคลุ้ง ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 4 อำเภอ
สถานการณ์ฝุ่นพิษในจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังคงน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง หลังเผชิญไฟป่าลุกลามหนัก ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พุ่งเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ จนล่าสุดทางจังหวัดต้องประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้วรวม 4 อำเภอ
พื้นที่ที่ได้รับการประกาศ ได้แก่ อำเภอปาย อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน อำเภอขุนยวม และอำเภอแม่สะเรียง ขณะที่แนวโน้มสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น และอาจขยายครอบคลุมครบทั้ง 7 อำเภอ หากสถานการณ์ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง
พบจุดความร้อนพุ่ง 806 จุด ฝุ่นเกินค่ามาตรฐานหลายพื้นที่
ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงานข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 02.08 น. พบจุดความร้อน (Hotspot) สูงถึง 806 จุด สะท้อนสถานการณ์ไฟป่าที่ยังคงลุกลามอย่างหนัก
ขณะเดียวกัน ค่าฝุ่น PM2.5 ในหลายพื้นที่ก็พุ่งสูงเกินมาตรฐานอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่
- ต.จองคำ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ค่า PM2.5 อยู่ที่ 134.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- ต.แม่สะเรียง อ.แม่สะเรียง ค่า PM2.5 อยู่ที่ 219.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
- ต.เวียงใต้ อ.ปาย ค่า PM2.5 อยู่ที่ 318.6 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ตัวเลขดังกล่าวสูงเกินมาตรฐานและอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง
ไฟป่าลามสองข้างทาง ควันคลุ้งกระทบการเดินทาง
รายงานจากพื้นที่ระบุว่า สถานการณ์ไฟป่ายังคงทวีความรุนแรง โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนไปยังอำเภอขุนยวม พบไฟป่าลุกไหม้ตามสองข้างทางจำนวนมาก
ทั้งจุดที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง และจุดที่เพิ่งดับลง ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันหนาทึบปกคลุมพื้นที่ สร้างผลกระทบต่อทัศนวิสัยในการเดินทางและคุณภาพอากาศอย่างชัดเจน
เดินหน้ามาตรการควบคุมมลพิษ รับมือวิกฤตฝุ่น
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีการประชุมติดตามและประเมินผลแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษ โดยมีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วม
การประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อกำหนดแนวทางรับมือปัญหาฝุ่นควันในระยะยาว ครอบคลุมช่วงปี 2569 – 2571 พร้อมวางกลไกติดตามผลและการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
- จัดตั้งคณะกรรมการติดตามและประเมินผลระดับจังหวัด
- จัดตั้งศูนย์ข้อมูลสารสนเทศกลางจังหวัด
- ติดตามและประเมินผลเป็นรายไตรมาส พร้อมปรับแผนตามสถานการณ์จริง
ทั้งนี้ ปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน มักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน
บทสรุป วิกฤตฝุ่นยังไม่จบ ต้องจับตาใกล้ชิด
สถานการณ์ล่าสุดของแม่ฮ่องสอนสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาไฟป่าและฝุ่นพิษที่ยังคงยืดเยื้อ และอาจขยายวงกว้างมากขึ้น หากไม่สามารถควบคุมได้อย่างทันท่วงที
ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามประกาศจากหน่วยงานอย่างใกล้ชิด พร้อมป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 ขณะที่ภาครัฐยังต้องเร่งดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้น เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




