เด็ก 15 อ้วกเป็นเลือด พบเหมือน "ก้อนกรวด" เต็มท้อง หมอเฉลยไม่ได้กลืนเอง แต่เป็นจุดเริ่มต้นโรคร้าย!

เด็ก 15 อ้วกเป็นเลือด พบเหมือน "ก้อนกรวด" เต็มท้อง หมอเฉลยไม่ได้กลืนเอง แต่เป็นจุดเริ่มต้นโรคร้าย!

เด็ก 15 อ้วกเป็นเลือด พบเหมือน "ก้อนกรวด" เต็มท้อง หมอเฉลยไม่ได้กลืนเอง แต่เป็นจุดเริ่มต้นโรคร้าย!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เตือนอย่ามองข้าม! เด็ก 15 อาเจียนเป็นเลือด ตรวจพบ ก้อนกรวดในท้อง ไม่ใช่กลืนเอง แต่เป็นเชื้อร้าย เสี่ยงลุกลามมะเร็งกระเพาะ

กลายเป็นอีกหนึ่งเคสอุทาหรณ์ที่แพทย์ออกมาเตือนผู้ปกครอง หลังเด็กชายวัย 15 ปีถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ด้วยอาการอาเจียนเป็นเลือดอย่างรุนแรงแบบไม่ทันตั้งตัว ก่อนพบสาเหตุที่ซ่อนอยู่ภายในกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจพัฒนาไปสู่โรคร้ายได้ในอนาคต

นพ.หง ฮวาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารในเด็ก เปิดเผยว่า จากการส่องกล้องตรวจภายใน พบแผลในกระเพาะอาหารที่มีเลือดออก และสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ เยื่อบุกระเพาะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนคล้าย “ก้อนกรวด” ซึ่งเป็นสัญญาณผิดปกติทางการแพทย์

พบเชื้อ Helicobacter pylori ตัวการสำคัญของมะเร็งกระเพาะ

ผลตรวจชิ้นเนื้อยืนยันว่า เด็กชายรายนี้ติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ซึ่งเป็นเชื้อที่องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็งระดับที่ 1 ตั้งแต่ปี 1994

ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่า เชื้อนี้มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งกระเพาะอาหารทั่วโลกถึงประมาณ 80% โดยเมื่อร่างกายติดเชื้อ จะก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเซลล์หลายขั้นตอน จนเสี่ยงพัฒนาเป็นมะเร็งในที่สุด

จากติดเชื้อสู่มะเร็ง เส้นทางที่ไม่ควรมองข้าม

แพทย์อธิบายว่า กระบวนการพัฒนาโรคจะเริ่มจากเยื่อบุกระเพาะเสื่อมสภาพ ก่อนเข้าสู่ภาวะ “เมตาพลาเซียของลำไส้” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ จากนั้นอาจลุกลามเป็น “ภาวะเซลล์ผิดปกติ” หรือดิสพลาเซีย และหากรุนแรงขึ้นก็มีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

ตัวเลขความเสี่ยงยิ่งน่ากังวล โดยภาวะดิสพลาเซียระดับสูงมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งสูงถึง 6–18% ต่อปี และบางรายอาจพัฒนาเป็นมะเร็งภายในเวลาเพียง 1 ปี

ข่าวดี! ตรวจพบเร็ว รักษาได้ ลดเสี่ยงมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม แพทย์ย้ำว่า หากตรวจพบและกำจัดเชื้อ Helicobacter pylori ได้ตั้งแต่ระยะแรก จะสามารถลดความเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผลการศึกษาขนาดใหญ่ในไต้หวันพบว่า การคัดกรองและรักษาอย่างครอบคลุม สามารถลดอัตราการติดเชื้อได้อย่างมาก และลดอัตราการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารลงได้ถึง 53%

5 สัญญาณเตือน พ่อแม่ควรสังเกตลูกให้ดี

  • ปวดท้องเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีการเจริญเติบโตช้า
  • มีภาวะโลหิตจาง โดยเฉพาะกรณีเสริมธาตุเหล็กแล้วไม่ดีขึ้น
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร
  • ได้รับการวินิจฉัยว่ามีความผิดปกติของเยื่อบุกระเพาะ ต้องติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง
  • ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง

บทสรุป: อาการเล็ก ๆ อาจซ่อนโรคร้าย

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า อาการปวดท้องในเด็กที่ดูเหมือนเล็กน้อย อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายที่กำลังก่อตัว หากปล่อยไว้โดยไม่ตรวจสอบ อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคต

ผู้ปกครองจึงไม่ควรมองข้ามอาการผิดปกติของลูก และควรพาเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล