6 ศัตรูเงียบทำลายไต! อันตรายกว่าเหล้าเบียร์ หลายคนกินทุกวันโดยไม่รู้ตัว

6 ศัตรูเงียบทำลายไต! อันตรายกว่าเหล้าเบียร์ หลายคนกินทุกวันโดยไม่รู้ตัว

6 ศัตรูเงียบทำลายไต! อันตรายกว่าเหล้าเบียร์ หลายคนกินทุกวันโดยไม่รู้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อันตรายกว่าเหล้า! เปิดโผ 6 "ศัตรูเงียบ" ทำลายไตพังเร็วขึ้น ทั้งที่เป็นเมนูที่หลายคนกินทุกวัน

แม้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะเป็นตัวการหลักที่ทำร้ายสุขภาพ แต่ยังมีอาหารอีกหลายชนิดที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย ทว่ากลับส่งผลเสียต่อ "ไต" อย่างเงียบเชียบ หากบริโภคผิดวิธีหรือบ่อยเกินไป อาหารเหล่านี้จะเข้าไปขัดขวางระบบกรองของร่างกาย นำไปสู่ภาวะนิ่วในไต เนื้อเยื่อไตอักเสบ และสมรรถภาพของไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็ว

จากการรายงานข้อมูลด้านสุขภาพพบว่า มีกลุ่มอาหาร 6 ประเภทที่ควรควบคุมการบริโภคเพื่อป้องกันไม่ให้ไตทำงานหนักเกินไปจนเกิดความเสียหายถาวร ดังนี้

1. ผักที่มีกรดออกซาลิกสูงแต่ไม่ผ่านการลวก

ผักอย่างปวยเล้ง ผักโขม ผักบุ้ง และหน่อไม้สด มีกรดออกซาลิก (Oxalic Acid) ในปริมาณมาก หากนำไปปรุงอาหารโดยตรงโดยไม่ลวกน้ำทิ้งก่อน กรดนี้จะจับตัวกับแคลเซียมกลายเป็นผลึกแคลเซียมออกซาเลต ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดนิ่วในไตและทางเดินปัสสาวะ การลวกผักในน้ำเดือดก่อนนำไปปรุงจะช่วยลดปริมาณออกซาเลตลงได้อย่างมาก

2. อาหารรสจัดและ "โซเดียมแฝง"

การกินเค็มสะสมเป็นเวลานานเพิ่มภาระการกรองให้กับไตและเร่งให้เกิดภาวะไตเสื่อม โซเดียมไม่ได้มีอยู่แค่ในเกลือแกงเท่านั้น แต่ยังซ่อนอยู่ในเครื่องจิ้ม อาหารหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเนื้อสัตว์แปรรูป ซึ่งการได้รับโซเดียมมากเกินไปจะส่งผลต่อความดันในกรองไตและทำให้เกิดโปรตีนรั่วในปัสสาวะ

3. อาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

น้ำตาลที่มากเกินไปเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของโรคไตวายเรื้อรัง เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน หลอดเลือดเล็กๆ ในไตจะถูกทำลาย ส่งผลให้ความสามารถในการกรองของเสียลดลง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้จำกัดปริมาณน้ำตาลไม่เกิน 25 กรัมต่อวัน

iStockphoto

4. น้ำซุปเคี่ยวตุ๋นนานและน้ำซุปหม้อไฟเข้มข้น

น้ำซุปที่เคี่ยวจากกระดูกเป็นเวลานานหรือน้ำซุปหม้อไฟมีสารพิวรีน (Purine) สูง เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นกรด ยูริก (Uric Acid) เพิ่มความเสี่ยงต่อนิ่วกรด ยูริก และสร้างภาระในการขับถ่ายของเสียให้กับไต นอกจากนี้ในน้ำซุปดังกล่าวมักมีรสเค็มจัดจากการเคี่ยวจนงวด ทำให้ไตต้องทำงานหนักซ้ำซ้อน

5. เนื้อสัตว์แปรรูปที่มีโปรตีนสัตว์สูง

ไส้กรอก แฮม และเนื้อเค็ม นอกจากจะมีโซเดียมสูงแล้ว ยังมีโปรตีนจากสัตว์ในปริมาณมาก การบริโภคเป็นประจำทำให้เกิดของเสียจากการเผาผลาญสูง บีบให้ไตต้องทำงานหนักต่อเนื่องเพื่อขับทิ้ง หากปล่อยไว้เป็นเวลานานเซลล์ไตอาจถูกทำลายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้

6. การกินมะเฟือง โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาเรื่องไต

มะเฟืองมีทั้งกรดออกซาลิกและสารพิษต่อระบบประสาท (Neurotoxin) สำหรับคนที่มีสุขภาพแข็งแรงร่างกายอาจขับออกได้ในปริมาณเล็กน้อย แต่สำหรับผู้ที่มีการทำงานของไตบกพร่อง สารพิษจะสะสมจนทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ปวดหลัง สับสน หรือถึงขั้นได้รับพิษรุนแรง ผู้ป่วยโรคไตจึงควรหลีกเลี่ยงผลไม้ชนิดนี้โดยเด็ดขาด

แนวทางการดูแลรักษาไตในชีวิตประจำวัน

  • ลวกผักที่มีออกซาเลตสูงก่อนนำไปปรุงอาหารเสมอ
  • ลดการปรุงรสเค็มและเลี่ยงอาหารแปรรูป
  • ควบคุมการดื่มเครื่องดื่มรสหวาน
  • ไม่ซดน้ำซุปที่เคี่ยวจนเข้มข้นในปริมาณมากเกินไป
  • เลือกทานโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม
  • หากมีปัญหาเรื่องไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานผลไม้บางชนิด

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเพียงเล็กน้อย สามารถลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วและไตวายได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความเสียหายของไตมักเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ และต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่าจะแสดงอาการชัดเจน

แหล่งอ้างอิง

  1. DocNhanh
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล