ขนลุกสยอง! คนไข้ลิ้นกลายเป็น "ป่าดำ" รู้ว่าใช้อะไรทุกครั้งหลังกินข้าว หมอยังส่ายหัว

อุทาหรณ์คนรักสะอาด! หมอแชร์เคส คนไข้โหมใช้ "น้ำยาบ้วนปาก" บ่อยเกินไป จนลิ้นกลายเป็น "ป่าดำ"
กลายเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่รักความสะอาดจนเกินพอดี เมื่อคุณหมอท่านหนึ่งได้เปิดเผยกรณีศึกษาของผู้ป่วยหญิงที่เข้ารับการรักษาด้วยอาการ "ลิ้นเปลี่ยนเป็นสีดำและมีขน" หลังจากที่เธอพยายามรักษาโรคเหงือกด้วยการใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างหนักวันละหลายครั้ง จนทำให้ระบบนิเวศในช่องปากพังทลาย
นพ. หลิว ผังม่าย ผู้อำนวยการคลินิกกุมารเวชศาสตร์ ของไต้หวัน ได้แชร์เรื่องราวผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊กถึงคนไข้รายนี้ที่เดินเข้ามาปรึกษาด้วยความกังวลว่า "คุณหมอคะ ฉันบ้วนปากวันละหลายรอบมาก ทำไมลิ้นถึงสกปรกแบบนี้?"
เมื่อคนไข้แลบลิ้นออกมา คุณหมอถึงกับตกตะลึงเพราะสภาพลิ้นถูกปกคลุมด้วยฝ้าหนาสีน้ำตาลเข้มจนถึงดำ และมีลักษณะเป็นเส้นขนยาวพืดคล้าย "ป่าดำ" หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Black Hairy Tongue หรือ โรคลิ้นเป็นขนสีดำ
จากการสอบถามพบว่า คนไข้รายนี้ป่วยเป็นโรคเหงือกอักเสบอย่างรุนแรง และกลัวว่าจะต้องสูญเสียฟันไป จึงเริ่มทำความสะอาดช่องปากแบบย้ำคิดย้ำทำ โดยใช้น้ำยาบ้วนปากสูตรเข้มข้นบ้วนปากทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร รวมแล้ววันละ 5-6 ครั้ง ซึ่งการกระทำที่ดูเหมือนจะหวังดีต่อสุขภาพนี้ กลับกลายเป็นการทำร้ายตัวเองอย่างรุนแรง
iStockphoto
สาเหตุที่การ "ทำความสะอาดมากไป" ทำให้ลิ้นกลายเป็นสีดำ
นพ. หลิว อธิบายว่า บนผิวลิ้นของคนเราจะมี "ปุ่มลิ้นรูปเส้นด้าย" (Filiform papillae) ซึ่งทำหน้าที่รับสัมผัส เมื่อปุ่มเหล่านี้ถูกกระตุ้นด้วยสารเคมีเข้มข้น แอลกอฮอล์ หรือสารออกซิไดซ์จากน้ำยาบ้วนปากบ่อยเกินไป ร่างกายจะสร้างกลไกป้องกันตัวเองทำให้ปุ่มลิ้นเหล่านี้ยาวและหนาขึ้นผิดปกติ
ลักษณะที่ยาวขึ้นนี้จะทำหน้าที่เหมือน "พรมขนยาว" ที่คอยดักจับเศษอาหาร คราบแบคทีเรีย และเม็ดสีจากอาหารให้ติดแน่นอยู่บนลิ้นจนกลายเป็นสีดำและดูเหมือนมีขน นอกจากนี้คนไข้ยังอาจรู้สึกแสบขัดบริเวณลิ้นร่วมด้วย เนื่องจากเยื่อบุผิวได้รับความเสียหายจากการกัดกร่อนของสารเคมีในน้ำยาบ้วนปาก
"ช่องปากคือระบบนิเวศขนาดเล็ก" นพ. หลิวระบุ การพยายามกำจัดแบคทีเรียให้หมดสิ้นด้วยน้ำยาบ้วนปากสูตรแรงเท่ากับเป็นการฆ่าแบคทีเรียตัวดีที่ช่วยรักษาความสมดุลไปด้วย เมื่อสมดุลเสียไป เชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียดื้อยาจะเจริญเติบโตขึ้นมาแทนที่

แนวทางการรักษาและข้อควรระวัง
คุณหมอได้สั่งยาเพื่อรักษาอาการเบื้องต้น พร้อมให้คำแนะนำในการกู้คืนสภาพลิ้นให้กลับมาเป็นสีชมพูตามปกติ ดังนี้:
- หยุดใช้น้ำยาบ้วนปากทันที: เพื่อให้เนื้อเยื่อลิ้นที่ถูกกระตุ้นอย่างหนักได้พักและฟื้นฟูตัวเอง
- ทำความสะอาดอย่างเบามือ: ใช้แปรงสีฟันขนอ่อนนุ่มแปรงลิ้นเบาๆ ในตอนเช้าและเย็นเพื่อค่อยๆ กำจัดคราบสะสม
- ดื่มน้ำสะอาดมากๆ: เพื่อให้ดัชนีน้ำลายซึ่งเป็นน้ำยาบ้วนปากตามธรรมชาติของร่างกาย กลับมาทำหน้าที่ควบคุมสมดุลแบคทีเรียและช่วยขับถ่ายเซลล์ที่ตายแล้วออกไป
นพ. หลิว ทิ้งท้ายเตือนว่า ความสะอาดไม่ได้หมายความว่าต้อง "ไร้เชื้อ" การทำความสะอาดที่มากเกินไปคือจุดเริ่มต้นของการทำลายสุขภาพ หากพบว่าลิ้นมีสีที่ผิดปกติหรือมีความรู้สึกผิดปกติในช่องปาก ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรหาซื้อยาหรือน้ำยาฆ่าเชื้อมาใช้เองจนเกิดอันตราย
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี