แพทย์ตอบแล้ว! หนุ่มขี้ลืมหลังใช้ AI ช่วยคิดบ่อยๆ เสี่ยงความจำเสื่อมไหม? : เช็กข่าวชัวร์

เช็กข้อเท็จจริง! ใช้ AI ช่วยทำงานบ่อยทำให้ "ขี้ลืม-เสี่ยงความจำเสื่อม" จริงหรือไม่? แพทย์ไขคำตอบแล้ว
ตรวจสอบข้อเท็จจริง! ใช้ AI ช่วยทำงานบ่อย เสี่ยงความจำเสื่อม-ขี้ลืมจริงหรือไม่? แพทย์เตือนการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปส่งผลต่อเซลล์ประสาท พร้อมแนะวิธีใช้ AI อย่างถูกวิธีเพื่อรักษาประสิทธิภาพสมอง
ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำงานและการเรียน จนเกิดกระแสความกังวลในโลกออนไลน์ว่า การพึ่งพา AI มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มมีอาการขี้ลืม ขาดสมาธิ และกังวลว่าจะเป็นสัญญาณของโรคความจำเสื่อมก่อนวัยอันควร
กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา เพื่อไขข้อสงสัยว่าการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสมองในลักษณะใด และมีปัจจัยอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับอาการหลงลืมในช่วงเวลานี้บ้าง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและรู้วิธีป้องกันอย่างเหมาะสม
คำถาม
การใช้เครื่องมือ AI ช่วยทำงานหรือการเรียนเป็นประจำ ส่งผลให้เกิดอาการขี้ลืม ขาดสมาธิ และนำไปสู่ภาวะสมองเสื่อมได้จริงหรือไม่?
การตรวจสอบ
จากการตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์โดย นายแพทย์ Hoang Quyet Tien จากศูนย์ข้อมูลการแพทย์ โรงพยาบาล Tam Anh นครโฮจิมินห์ พบว่าการพึ่งพา AI มากเกินไป (Over-reliance) มีส่วนทำให้การเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทในสมองลดลงจริง โดยเฉพาะในส่วนที่รับผิดชอบด้านการคิดวิเคราะห์เชิงลึกและการสร้างความจำ
กองบรรณาธิการตรวจสอบพบกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า เมื่อสมองไม่ได้ใช้งานในการแก้ปัญหาด้วยตนเองเป็นเวลานาน การเชื่อมต่อทางประสาทในย่านความถี่อัลฟา (Alpha), ทีตา (Theta) และเดลตา (Delta) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ ภาษา และความจำจะลดประสิทธิภาพลง ส่งผลให้ทักษะการแก้ปัญหาและการคิดอย่างเป็นระบบแย่ลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม อาการขี้ลืมที่เกิดขึ้นไม่ได้มีสาเหตุมาจาก AI เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยร่วมอื่นๆ เช่น ความเครียดสะสม การพักผ่อนไม่เพียงพอ สภาพแวดล้อมในการทำงาน และการเสื่อมถอยตามวัย (Aging) ซึ่งทำให้พื้นที่สมองส่วนไฮโปแคมปัส (Hippocampus) ที่ควบคุมการเรียนรู้และหน่วยความจำมีขนาดเล็กลง รวมถึงการสะสมของอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ประสาท
ทั้งนี้ Sanook News ขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการให้คำแนะนำในเชิงวิชาการแพทย์เพื่อให้ประชาชนระมัดระวังการใช้งานเทคโนโลยีอย่างพอดี ไม่ใช่คำสั่งห้ามใช้งาน แต่เป็นการเตือนให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อรักษาประสิทธิภาพของสมองในระยะยาว
ข้อเท็จจริง
ข้อมูลดังกล่าว "มีมูลความจริงส่วนหนึ่ง" โดยการใช้ AI ช่วยทำงานมากเกินไปส่งผลต่อทักษะการจำและความคิดสร้างสรรค์ลดลงจริง แต่ไม่ใช่สาเหตุเดียวที่ทำให้ความจำเสื่อม อาการขี้ลืมมักเกิดจากพฤติกรรมการพึ่งพาเทคโนโลยีจนสมองขาดการฝึกฝน ร่วมกับความเครียดและการนอนไม่พอ ข้อแนะนำคือควรใช้ AI เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุน และควรฝึกแก้ไขปัญหาด้วยตนเองก่อนควบคู่กับการออกกำลังกายสมอง
- จริงหรือ?! ไทยเก็บค่าไฟประชาชน 2.50 บาท ทั้งที่ต้นทุนจริงแค่ 1 บาทเศษ : เช็กข่าวชัวร์
- หมอตอบแล้ว “น้ำมะนาวช่วยลดกรดยูริก” รักษาโรคเกาต์ได้ จริงไหม? : เช็กข่าวชัวร์

อ้างอิง
- คำชี้แจงและบทวิเคราะห์โดยกองบรรณาธิการ Sanook News
- บทสัมภาษณ์ นายแพทย์ Hoàng Quyết Tiến ศูนย์ข้อมูลการแพทย์ โรงพยาบาล Tâm Anh
- VnExpress News
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี