ผักที่มีพยาธิเยอะที่สุดอันดับ 1 คนไทยนิยมกินสด มีประโยชน์แต่เสี่ยงปรสิต

ผักที่มีพยาธิเยอะที่สุดอันดับ 1 คนนิยมกินสดๆ คุณประโยชน์ที่อาจมาพร้อม "ปรสิต" เสี่ยงพยาธิขึ้นสมอง
การรับประทานผักสดมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากล้างไม่สะอาดอาจกลายเป็นแหล่งสะสมของปรสิตและพยาธิได้ ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก PDRC ศูนย์วิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้เผยแพร่ผลสำรวจที่น่าสนใจ ซึ่งอ้างอิงจากการศึกษาของสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยได้ทำการเก็บตัวอย่างผักสดจำนวน 265 ตัวอย่างเพื่อตรวจหาการปนเปื้อนของพยาธิ
ผลการสำรวจพบว่า มีผักถึง 93 ตัวอย่างที่พบพยาธิปนเปื้อน โดยชนิดของพยาธิที่พบมากที่สุดคือ พยาธิปากขอ ซึ่งพบสูงถึง 42.9 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือพยาธิเส้นด้าย 10.6 เปอร์เซ็นต์ พยาธิแส้ม้า 2.6 เปอร์เซ็นต์ พยาธิไส้เดือน 2.6 เปอร์เซ็นต์ และพยาธิไส้เดือนสุนัข 2.6 เปอร์เซ็นต์
10 อันดับผักสดที่พบพยาธิปนเปื้อนมากที่สุด
จากการตรวจสอบตัวอย่างผักสดชนิดต่างๆ สามารถจัดอันดับผักที่มีการปนเปื้อนของพยาธิจากมากไปน้อยได้ดังนี้
- ขึ้นฉ่ายฝรั่ง (Celery) 63.3%
- สะระแหน่ 60.0%
- ใบบัวบก 57.1%
- ผักชีไทย 44.8%
- หอม 43.3%
- ผักชีฝรั่ง 36.7%
- ผักกาดขาวจีน 23.3%
- ผักสลัด 20.0%
- โหระพา 10.0%
- ผักบุ้งจีน 6.7%
คุณประโยชน์ของ "ขึ้นฉ่ายฝรั่ง" ผักยอดฮิตที่มาพร้อมความเสี่ยง
เซเลอรี (Celery) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ "ขึ้นฉ่ายฝรั่ง" เป็นผักที่พบการปนเปื้อนพยาธิเป็นอันดับหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ลำต้นและใบมีสีเขียวสด มีกลิ่นเฉพาะตัวคล้ายขึ้นฉ่ายจีนแต่มีขนาดต้นที่ใหญ่กว่า ข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ขึ้นฉ่ายฝรั่งอุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งเหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์และเด็กที่มีภาวะกระดูกอ่อน

นอกจากนี้ ขึ้นฉ่ายฝรั่งยังมีโพแทสเซียมที่ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด และช่วยปรับสมดุลความดันโลหิต การกินสดจะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีสูง ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิต้านทานโรค หากนำไปผัดกับน้ำมันจะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งรังไข่
ขึ้นฉ่ายฝรั่งปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงานเพียงแค่ 13 กิโลแคลอรี และมีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยให้อิ่มนานและเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นิยมนำมากินสด ปั่นเป็นน้ำผักเพื่อสุขภาพ ทานคู่กับน้ำพริก น้ำสลัด หรือนำไปประกอบอาหารประเภทซุปและผัดต่างๆ
วิธีกินผักสดให้ปลอดภัย ห่างไกลพยาธิ
ข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีทำความสะอาดผักผลไม้ก่อนรับประทาน เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเชื้อโรค พยาธิ และสารพิษตกค้าง โดยสามารถเลือกทำได้ 3 วิธี ดังต่อไปนี้
- วิธีที่ 1 ล้างด้วยน้ำไหล: แช่ผักในน้ำนาน 15 นาที จากนั้นเปิดน้ำให้ไหลผ่านพร้อมกับคลี่ใบผักถูไปมานาน 2 นาที วิธีนี้เหมาะสำหรับการล้างผักในปริมาณไม่มาก
- วิธีที่ 2 ใช้น้ำส้มสายชู: แช่ผักในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 5 เปอร์เซ็นต์ โดยใช้อัตราส่วนน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ทิ้งไว้นาน 15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
- วิธีที่ 3 ใช้เบกกิ้งโซดา: ใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต (เบกกิ้งโซดา) ครึ่งช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 10 ลิตร แช่ผักทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
นอกจากการล้างผักให้สะอาดอย่างถูกวิธีแล้ว กรมอนามัยยังแนะนำเพิ่มเติมว่า การหลีกเลี่ยงพยาธิที่ได้ผลดีที่สุดคือการนำไปปรุงสุก โดยการต้มผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 90 องศาเซลเซียส เป็นเวลาประมาณ 5 นาที ซึ่งจะสามารถฆ่าพยาธิในระยะติดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
