มันคืออะไร? นวัตกรรมจากรัสเซีย จุดประกายหวัง “จบยุคน้ำมันแพง” ข่าวดีสายกรีนทั่วโลก!

มันคืออะไร? นวัตกรรมจากรัสเซีย จุดประกายหวัง “จบยุคน้ำมันแพง” ข่าวดีสายกรีนทั่วโลก!

มันคืออะไร? นวัตกรรมจากรัสเซีย จุดประกายหวัง “จบยุคน้ำมันแพง” ข่าวดีสายกรีนทั่วโลก!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

โลกตะลึง! รัสเซียโชว์นวัตกรรม "ระเบิดไม้" เปลี่ยนขยะป่าไม้เป็นเชื้อเพลิงสะอาด พลิกโฉมพลังงานเขียวทั่วโลก

จบยุคน้ำมันแพง? นักวิทยาศาสตร์รัสเซียเปลี่ยนเศษไม้เป็น "เอทานอล" สำเร็จ ข่าวดีสายกรีนทั่วโลก

ถือเป็นข่าวใหญ่ในแวดวงพลังงานสะอาด เมื่อนักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียประสบความสำเร็จในการคิดค้นวิธีการสุดล้ำ ที่จะเปลี่ยน "เศษไม้" และ "ขยะจากป่าไม้" ให้กลายเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพประสิทธิภาพสูง ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการลดการพึ่งพาน้ำมันฟอสซิลในอนาคต

"การระเบิดด้วยไอน้ำ" เคล็ดลับเปลี่ยนไม้เป็นพลังงาน

สำนักข่าว TASS รายงานว่า ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสหรัฐบอลติกอิมมานูเอลคานต์ (BFU) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งรัฐคาซาน (KNITU) ได้ค้นพบ "กุญแจรีโมท" ในการสกัดเอทานอลชีวภาพ (Bioethanol) จากเนื้อไม้ด้วยวิธีที่เรียกว่า Steam Explosion หรือ การระเบิดด้วยไอน้ำ

วิธีการทำงานสุดทึ่ง:

  1. นำเนื้อไม้ไปอบด้วยไอน้ำอิ่มตัวที่อุณหภูมิสูงถึง 165°C - 210°C ภายใต้แรงดันมหาศาล

  2. จากนั้นทำการ "ลดแรงดันอย่างฉับพลัน" จนเกิดการระเบิดภายในโครงสร้างของไม้

  3. ผลลัพธ์คือโครงสร้างเซลลูโลสที่แข็งแกร่งจะถูกทำลายจนเละ ทำให้จุลินทรีย์สามารถย่อยสลายและนำไปหมักเป็นเอทานอลได้ง่ายกว่าวิธีเดิมหลายเท่า

ประสิทธิภาพสุดว้าว: ไม้ 1 ตัน ได้เชื้อเพลิงหลักร้อยกิโลฯ!

ดร. บาบิช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพทางอุตสาหกรรมของรัสเซีย เผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า:

  • เนื้อไม้ 1 ตัน: สามารถผลิตเอทานอลได้สูงถึง 200 กิโลกรัม

  • ฟางข้าวแห้ง 1 ตัน: สามารถผลิตเอทานอลได้ถึง 140 กิโลกรัม

นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่สร้างพลังงานราคาถูกและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยกำจัดขยะทางการเกษตรและเศษไม้ที่เหลือทิ้งจากการทำป่าไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ข่าวดีของโลกและโอกาสทองของรัสเซีย

รัสเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีทรัพยากรป่าไม้กว้างใหญ่ที่สุดในโลก มองว่านี่คือโอกาสครั้งสำคัญที่จะใช้ "ขยะไม้" มาสร้างมูลค่าเพิ่ม แทนที่จะปล่อยให้เน่าเสียหรือเผาทิ้งจนเกิดก๊าซคาร์บอน โดยเชื้อเพลิงที่ได้สามารถนำไปผสมกับน้ำมันเบนซินเพื่อช่วยลดมลพิษและเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ได้อีกด้วย

นี่คือก้าวสำคัญที่ยืนยันว่า "พลังงานสีเขียว" ไม่จำเป็นต้องมาจากพืชอาหารเสมอไป แต่เราสามารถคว้ามันมาจากเศษซากของธรรมชาติที่ไม่มีใครต้องการได้!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล