หนุ่มลดความอ้วน "ตัวเขียว" หวิดดับ เข้า ICU หมอชี้ต้นเหตุ จาก "ผักโปรด" ที่กินทุกมื้อ!

อุทหารณ์! หนุ่มกินผักลดน้ำหนัก สุดท้าย ตัวเขียวเกือบตาย หมอชี้ ต้นเหตุจากผักที่กินทุกมื้อ แต่กินผิดวิธี ทำพิษร้ายในเลือดสูง
กลายเป็นอุทาหรณ์ชวนสะเทือนใจ เมื่อชายวัย 31 ปีรายหนึ่งต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลในสภาพร่างกายเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ หายใจติดขัดอย่างรุนแรง หลังรับประทาน “ผักดอง” ติดต่อกันหลายมื้อโดยไม่รู้ถึงอันตรายที่แฝงอยู่
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงพยาบาลในเมืองหางโจว ประเทศจีน โดยแพทย์พบว่าผู้ป่วยมีอาการพิษจาก “ไนไตรต์” (Nitrite) ซึ่งเป็นสารที่สามารถเกิดขึ้นได้ในอาหารหมักดองบางชนิด หากบริโภคไม่ถูกวิธีหรือในปริมาณมาก

อาการน่าตกใจ ร่างกายเปลี่ยนสี-ขาดออกซิเจน
แพทย์ผู้ดูแลเคสระบุว่า ผู้ป่วยมีอาการตัวเขียวคล้ำผิดปกติ ริมฝีปากและเล็บเปลี่ยนเป็นสีม่วง หายใจติดขัดเหมือนขาดอากาศ ซึ่งผลตรวจพบว่าระดับเมทฮีโมโกลบินในเลือดสูงกว่าปกติถึงหลายเท่า ทำให้เลือดไม่สามารถลำเลียงออกซิเจนได้ตามปกติ
ภาวะดังกล่าวเรียกว่า “ขาดออกซิเจนในระดับเซลล์” ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ต้นเหตุไม่ใช่ของแปลก แต่คือ “ผักดอง” ที่กินทุกวัน
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้มาจากความตั้งใจลดน้ำหนักของชายคนดังกล่าว หลังช่วงเทศกาล ที่รับประทานอาหารจำนวนมาก เขาจึงเลือกกินผักดองเป็นหลักติดต่อกันทุกมื้อ เพื่อหวังช่วยระบบย่อยอาหารและลดน้ำหนัก
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังดื่มน้ำจากผักดองเข้าไปด้วย โดยเชื่อว่าจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังมื้ออาหาร อาการผิดปกติก็เริ่มเกิดขึ้น และรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว

แพทย์เตือน 3 อาหารเสี่ยง “ไนไตรต์” สูง
แพทย์ระบุว่า อาการลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะในวัฒนธรรมการกินของชาวเอเชีย พร้อมเตือนถึงอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการสะสมสารไนไตรต์ ได้แก่
- ผักดองหรืออาหารหมักดอง โดยเฉพาะแบบดองไม่นาน หรือดองแล้วเสีย
- ผักปรุงสุกที่ทิ้งค้างคืน แม้แช่ตู้เย็นก็ยังเสี่ยง
- เนื้อแปรรูป เช่น ไส้กรอก แหนม หรือกุนเชียง
สาเหตุเพราะกระบวนการหมักหรือการเก็บรักษา อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนสารไนเตรตในอาหารให้กลายเป็นไนไตรต์ ซึ่งหากได้รับในปริมาณมาก อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย
กินมากเกินไป เสี่ยงถึงชีวิต
แม้ไนไตรต์จะช่วยให้อาหารมีรสชาติและเก็บได้นานขึ้น แต่หากสะสมในร่างกายมากเกินไป อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ เวียนหัว ตัวเขียว หายใจลำบาก และในกรณีรุนแรงอาจถึงขั้นหมดสติ หรือเสียชีวิตได้
นอกจากนี้ การได้รับสารกลุ่มนี้ในระยะยาว ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน หรือแม้แต่มะเร็ง
วิธีกินผักดองให้ปลอดภัย
เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง แพทย์แนะนำแนวทางการบริโภคผักดองอย่างถูกวิธี ดังนี้
- ไม่กินผักดองแบบดองใหม่ ควรรออย่างน้อย 3-5 วัน
- จำกัดปริมาณ ไม่เกิน 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
- ล้างน้ำก่อนรับประทานเพื่อลดความเค็ม
- กินคู่กับอาหารที่มีวิตามินซี เช่น มะเขือเทศ หรือพริกหวาน
- ไม่ใช้ผักดองแทนผักสดในมื้ออาหาร
สรุป: อาหารใกล้ตัว อาจอันตรายหากกินผิดวิธี
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ “ผักดอง” จะเป็นอาหารที่คุ้นเคยและดูปลอดภัย แต่หากบริโภคไม่ถูกวิธี หรือมากเกินไป ก็อาจกลายเป็นอันตรายร้ายแรงได้ การกินอาหารอย่างสมดุลและหลากหลายยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อสุขภาพในระยะยาว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี