นักวิทย์เฉลยแล้ว! ขับถ่ายวันละกี่ครั้งถึงเรียกว่า "สุขภาพดี" เช็กด่วนอยู่ในเกณฑ์ไหม?

นักวิทย์เฉลยแล้ว! ขับถ่ายวันละกี่ครั้งถึงเรียกว่า "สุขภาพดี" เช็กด่วนอยู่ในเกณฑ์ไหม?

นักวิทย์เฉลยแล้ว! ขับถ่ายวันละกี่ครั้งถึงเรียกว่า "สุขภาพดี" เช็กด่วนอยู่ในเกณฑ์ไหม?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นักวิทยาศาสตร์เผยความถี่ที่เหมาะสม "การขับถ่าย" ของคนสุขภาพดีควรเป็นอย่างไร

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพได้ออกมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับจำนวนครั้งที่เหมาะสมในการขับถ่ายอุจจาระในแต่ละวัน ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่ช่วยสะท้อนสภาวะสุขภาพโดยรวมของร่างกายและระบบการทำงานภายในที่อาจมองไม่เห็นจากภายนอก

ข้อมูลจาก UNILAD รายงานผลการศึกษาในปี 2567 ซึ่งทำการวิเคราะห์กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,425 ราย โดยมุ่งเน้นไปที่พฤติกรรมการใช้ห้องน้ำในแต่ละวันของกลุ่มคนที่มีสุขภาพดี (ไม่มีประวัติโรคระบบทางเดินอาหารหรือโรคไต) เพื่อหาค่าเฉลี่ยที่เรียกว่า "โซนทองคำ" หรือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการขับถ่าย

ฌอน กิบบอนส์ นักจุลชีววิทยาจากสถาบัน ISB หนึ่งในผู้เขียนรายงานฉบับนี้ ระบุว่าความถี่ในการขับถ่ายส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกายทั้งหมด และความถี่ที่ผิดปกติอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการพัฒนาไปสู่โรคเรื้อรังได้ ดังนั้นการเข้าใจและจัดการความถี่ให้เหมาะสมจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีแม้ในกลุ่มประชากรที่ดูเหมือนจะแข็งแรงดีอยู่แล้วก็ตาม

iStockphoto

จากการศึกษาพบว่ากลุ่มคนที่มีสุขภาพดีที่สุดและไม่มีปัญหาเรื่องลำไส้ มีสถิติการขับถ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ถึง 2 ครั้งต่อวัน ซึ่งถือเป็นเกณฑ์ที่เหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม หากใครที่ไม่ได้ถ่ายทุกวันแต่ยังอยู่ในช่วง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ไปจนถึง 3 ครั้งต่อวัน ก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ "ปกติ" ที่ยอมรับได้

นักวิจัยได้แบ่งกลุ่มผู้เข้าร่วมทดสอบออกเป็น 4 ระดับตามความถี่ในการขับถ่าย ดังนี้:

  • กลุ่มท้องผูก: ขับถ่ายเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
  • กลุ่มปกติระดับต่ำ: ขับถ่าย 3-6 ครั้งต่อสัปดาห์
  • กลุ่มปกติระดับสูง: ขับถ่าย 1-3 ครั้งต่อวัน
  • กลุ่มท้องเสีย: ขับถ่ายตั้งแต่ 4 ครั้งต่อวันขึ้นไป และมักมีลักษณะอุจจาระเหลวเป็นน้ำ

ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่า กลุ่มคนที่มีความถี่ในการขับถ่ายน้อยกว่าปกตินั้นมักพบในกลุ่มผู้หญิง คนที่มีอายุน้อย และผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ต่ำ อย่างไรก็ตาม หากความถี่ในการขับถ่ายหลุดออกจากช่วงปกติที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยเกินไป อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังมีภาวะผิดปกติบางอย่างที่ควรได้รับการดูแลหรือปรึกษาแพทย์

แหล่งอ้างอิง

  1. UNILAD
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล