ลูกสาววัย 68 เกาะแม่กินมาทั้งชีวิต เปิดตู้เซฟหลังแม่ตาย เจอมรดกที่ทิ้งไว้แทบล้มทั้งยืน

ลูกสาววัย 68 เกาะแม่กินมาทั้งชีวิต เปิดตู้เซฟหลังแม่ตาย เจอมรดกที่ทิ้งไว้แทบล้มทั้งยืน

ลูกสาววัย 68 เกาะแม่กินมาทั้งชีวิต เปิดตู้เซฟหลังแม่ตาย เจอมรดกที่ทิ้งไว้แทบล้มทั้งยืน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หญิงวัย 68 ปี เกาะแม่กินมาทั้งชีวิต เงินของตัวเองใช้ไปกับการตามศิลปิน หลังแม่วัย 90 ตายหวังได้มรดก ช็อกความจริงในตู้เซฟ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรณีศึกษาที่น่าสนใจจากประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจภายในครอบครัว โดยเว็บไซต์ THE GOLD ONLINE รายงานเรื่องราวของ "ยูมิโกะ" (นามแฝง) หญิงโสดวัย 68 ปี ที่อาศัยอยู่ในย่านชานเมืองของกรุงโตเกียว ซึ่งต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้ายหลังจากมารดาวัย 90 ปีเสียชีวิตลง

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ยูมิโกะไม่มีงานทำที่เป็นหลักแหล่ง เธอมีรายได้จากเงินบำนาญเพียงเดือนละประมาณ 60,000 เยน (ประมาณ 14,000 บาท) ซึ่งเธอใช้เงินจำนวนนี้ไปกับการติดตามศิลปินที่ชื่นชอบและการทำกิจกรรมเพื่อความบันเทิงส่วนตัวเท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าสาธารณูปโภค รวมถึงงานบ้านและการซื้อของสด เป็นหน้าที่ของมารดาวัยชรามาโดยตลอด

ความจริงที่ถูกเปิดเผยเมื่อเสาหลักของบ้านจากไป

ยูมิโกะยอมรับว่าเธอเคยชินกับการมีมารดาเป็นที่พึ่งพาสูงสุด และมักจะคิดเสมอว่าแม่จะเป็นกองหนุนให้เธอได้ตลอดไป แม้มารดาจะเคยเอ่ยปากขอให้เธอช่วยหยิบจับงานบ้านหรือร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายบ้าง แต่เธอกลับเลือกที่จะเพิกเฉย จนกระทั่งมารดาล้มป่วยและเสียชีวิตในที่สุด

หลังจากเสร็จสิ้นพิธีศพ ยูมิโกะคาดหวังว่าจะได้รับมรดกเป็นเงินออมจำนวนมหาศาลเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลาย แต่เมื่อเธอเปิดตู้เซฟและตรวจสอบสมุดบัญชีธนาคาร กลับพบความจริงที่น่าตกใจ ดังนี้

  • เงินฝากสะสมของมารดาลดน้อยลงจนเกือบหมดสิ้น เนื่องจากการแบกรับค่าใช้จ่ายของคนสองคนมานานหลายทศวรรษ
  • มีรายการหนี้สินค้างชำระจำนวนมาก ทั้งภาษีทรัพย์สินส่วนบุคคล ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา
  • รายได้จากบำนาญของเธอเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการจ่ายค่าเช่าบ้านและค่าครองชีพพื้นฐาน

วิกฤตการเงินและทางตันของสวัสดิการรัฐ

ในขณะนี้ ยูมิโกะตกอยู่ในสภาวะวิตกกังวลอย่างหนักเกี่ยวกับอนาคต เธอได้พยายามขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานสวัสดิการสังคมเพื่อขอรับ "เงินช่วยเหลือค่าครองชีพ" (Seikatsu Hogo) แต่เนื่องจากเธอยังมีชื่อเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่จึงระบุว่าต้องมีการประเมินมูลค่าทรัพย์สินเพื่อขายหรือแปลงเป็นทุนก่อน ทำให้เธอไม่สามารถได้รับเงินช่วยเหลือได้ทันที

ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์ในญี่ปุ่นระบุว่า กรณีของ "การพึ่งพาแฝง" (Implicit Dependence) เช่นนี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในสังคมสูงวัย เมื่อเส้นแบ่งระหว่างการพึ่งพาตนเองกับการเบียดเบียนคนในครอบครัวพร่าเลือน ปัญหาจะปะทุขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อเสาหลักที่คอยค้ำจุนเสียชีวิตลง การวางแผนการเงินและการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในครอบครัวจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล