“พิพิธ” ปลดล็อกศักยภาพผ้าไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัย ดึงอัตลักษณ์สุโขทัย คว้ารางวัลเวที Soft Power ไทย

“พิพิธ” ปลดล็อกศักยภาพผ้าไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัย ดึงอัตลักษณ์สุโขทัย คว้ารางวัลเวที Soft Power ไทย

“พิพิธ” ปลดล็อกศักยภาพผ้าไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัย ดึงอัตลักษณ์สุโขทัย คว้ารางวัลเวที Soft Power ไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

“พิพิธ” ปลดล็อกศักยภาพผ้าไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัย ดึงอัตลักษณ์สุโขทัยสร้างแบรนด์-รายได้ชุมชน คว้ารางวัลเวที Soft Power ไทย

ศิษย์เก่าคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) แสดงศักยภาพการออกแบบไทยยุคใหม่ ผ่านการต่อยอดผ้าไทยจากอัตลักษณ์สุโขทัยสู่แบรนด์ “พิพิธ” ที่ผสานลายสือไทยเข้ากับแฟชั่นร่วมสมัย สร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชน คว้ารางวัลระดับประเทศ และขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ไทยอย่างเป็นรูปธรรม
3_0
เส้นทางของแบรนด์ “พิพิธ” เริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ นางสาวกัญญพัชร พิพิธทอง ศิษย์เก่าสาขาการออกแบบและธุรกิจแฟชั่น คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา โดยได้พัฒนาศิลปนิพนธ์ที่มุ่งนำผ้าไทยในชุมชนมาต่อยอดเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิดการสร้างแบรนด์ของตนเอง ซึ่งต่อมาได้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากผลงานในห้องเรียน สู่การทำธุรกิจจริง และเติบโตเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนในปัจจุบัน

นางสาวกัญญพัชร เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของแบรนด์ “PIPIT • พิพิธ” ว่า จากแนวโน้มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาความร่วมสมัยและการใช้งานในชีวิตประจำวัน จึงได้นำโครงงานในระดับมหาวิทยาลัยมาต่อยอด พัฒนา “ผ้าไทยในชุมชน” ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ตลาดยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว
4(2)_0
แนวคิดสำคัญของการออกแบบ เริ่มจากความต้องการสร้าง “ลวดลายผ้าเฉพาะของแบรนด์” เนื่องจากเดิมใช้ผ้าทอลายดั้งเดิมของชุมชนในจังหวัดสุโขทัย ซึ่งยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างในเชิงตลาดได้อย่างชัดเจน จึงเกิดการพัฒนาลวดลายใหม่ร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร ภายใต้แนวทางการยกระดับผ้าไทย โดยนำ “ลายสือไทย” จากศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มาถอดองค์ประกอบและออกแบบใหม่เป็นลวดลาย “ลายพิพิธ” ซึ่งกลายเป็นทั้งเอกลักษณ์ของผืนผ้าและชื่อแบรนด์ในปัจจุบัน

หลังจากพัฒนาลวดลายของตนเองได้สำเร็จ ผลิตภัณฑ์ผ้าไทยของแบรนด์เริ่มได้รับการตอบรับจากตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของผ้าไทยเปลี่ยนไปจากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นทางการหรือเข้าถึงยาก กลายเป็นสินค้าแฟชั่นที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง
7_0
ในเชิงการพัฒนาอาชีพ นางสาวกัญญพัชร ได้ต่อยอดจากการเรียนสู่การทำธุรกิจจริง โดยเริ่มจากการทำงานในกรุงเทพฯ ก่อนกลับมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ในบ้านเกิด จังหวัดสุโขทัย และเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการพัฒนาสินค้าภายใต้แนวคิด OTOP และการออกบูทจำหน่ายสินค้า ซึ่งช่วยให้สามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้ในระยะยาว

ต่อมา ผลงาน “พิพิธ” ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ไทย ภายใต้กิจกรรม “การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าแฟชั่นด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น” (Fashion Identity) ซึ่งมุ่งพัฒนาสินค้าแฟชั่นจากทุนทางวัฒนธรรมไทยสู่ระดับสากล โดยแบรนด์สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ “The Best Concept Ideas” สาขาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายไทย และผ่านเข้าสู่รอบนำเสนอแผนธุรกิจในรอบสุดท้าย (Final Round) ณ ศูนย์การค้า EmSphere เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568
5_0
ความสำเร็จดังกล่าวช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยมีหน่วยงานและพันธมิตรเข้ามาติดต่อมากขึ้น ส่งผลให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และสามารถขยายตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยังส่งผลเชิงบวกต่อชุมชนท้องถิ่นในอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเดิมมีแนวโน้มจะเลิกทอผ้า เนื่องจากขาดตลาดรองรับ แต่เมื่อมีการออกแบบลวดลายและโทนสีใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ทำให้ชาวบ้านกลับมาทอผ้าอีกครั้ง และสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
4(3)_0
ปัจจุบัน แบรนด์ “พิพิธ” พัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ อาทิ หมวก กระเป๋า เนคไท และของที่ระลึกขนาดเล็กที่เข้าถึงง่าย พร้อมวางจำหน่ายทั้งหน้าร้านในจังหวัดสุโขทัยและช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมีแผนต่อยอดสู่การใช้วัสดุใหม่ เช่น ผ้าไหม และเทคนิคการทอแบบมัดหมี่ รวมถึงขยายสู่กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และของใช้ภายในบ้าน เพื่อเพิ่มมูลค่าและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ในอนาคต 

อัลบั้มภาพ 11 ภาพ

อัลบั้มภาพ 11 ภาพ ของ “พิพิธ” ปลดล็อกศักยภาพผ้าไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัย ดึงอัตลักษณ์สุโขทัย คว้ารางวัลเวที Soft Power ไทย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล