ยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่ไหม? เปิดสาเหตุ "ราคาทอง" ร่วงหนัก สวนทางสงครามเดือด

ทองยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่ไหม ทำไมราคาทองร่วงแรง สวนสงครามอิหร่าน สาเหตุเพราะอะไร?
แม้สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นสงครามอิหร่าน จะเป็นปัจจัยที่ควรหนุนให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับสวนทาง เมื่อราคาทองคำร่วงลงอย่างหนัก จนกลายเป็นการปรับตัวลดลงแรงที่สุดในรอบกว่า 10 ปี
ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่า ราคาทองคำปรับตัวลดลงประมาณ 9.5% ภายในสัปดาห์เดียว และหากนับจากจุดสูงสุดช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ราคาทองคำร่วงลงไปแล้วกว่า 20% ทำให้นักลงทุนจำนวนมากตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น และทองคำยังเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” อยู่หรือไม่
ทำไมราคาทองถึงร่วง ทั้งที่มีสงคราม?
โดยปกติแล้ว เมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น สงคราม นักลงทุนมักหันไปถือทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่ในรอบนี้มีปัจจัยเศรษฐกิจหลายด้านที่กดดันราคาทองมากกว่าความเสี่ยงจากสงคราม
1. ดอกเบี้ยสหรัฐมีแนวโน้ม “ไม่ลด” หรืออาจกลับขึ้น
ก่อนหน้านี้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่จากสถานการณ์ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้มุมมองเปลี่ยนไป นักลงทุนเริ่มกังวลว่าเฟดอาจชะลอการลดดอกเบี้ย หรืออาจกลับไปขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ “ไม่ให้ดอกผล” จะเสียความน่าสนใจทันที เพราะนักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแทน
2. ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า กดดีมานด์ทอง
อีกปัจจัยสำคัญคือค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้น เนื่องจากทองคำซื้อขายในสกุลดอลลาร์ ทำให้ราคาทองแพงขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ ส่งผลให้ความต้องการลดลง และกดดันราคาทองให้ปรับตัวลง
3. นักลงทุนขายทำกำไร หลังราคาขึ้นมานาน
ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงกว่า 40% และในระยะ 5 ปี เพิ่มขึ้นเกือบ 150% ทำให้นักลงทุนจำนวนมากถือกำไรอยู่
เมื่อเกิดความผันผวนในตลาด จึงมีแรงขายทำกำไร (Profit-taking) ออกมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งซ้ำเติมให้ราคาทองร่วงแรง
4. ตลาดผันผวน นักลงทุนต้องการ “เงินสด”
ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวน นักลงทุนมักขายสินทรัพย์ที่มีกำไรเพื่อนำเงินสดไปเสริมสภาพคล่อง หรือชดเชยการขาดทุนในสินทรัพย์อื่น ทำให้ทองคำซึ่งมีสภาพคล่องสูง กลายเป็นแหล่งเงินสดสำคัญ
รวมถึงแรงกดดันจาก Margin Call ในตลาดอื่น ก็เป็นอีกปัจจัยที่เร่งให้เกิดแรงขายทองคำ
ทองยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่ไหม?
แม้ราคาทองจะปรับตัวลงแรง แต่ในเชิงทฤษฎี ทองคำยังคงถูกมองว่าเป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” หรือ Safe Haven อยู่
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ราคาทองไม่ได้เคลื่อนไหวตามปัจจัยสงครามเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะดอกเบี้ยและค่าเงิน
ในช่วงที่ดอกเบี้ยสูงและดอลลาร์แข็ง ทองคำอาจไม่ใช่ตัวเลือกแรกของนักลงทุน แม้จะมีความเสี่ยงทางการเมืองเกิดขึ้นก็ตาม
แนวโน้มต่อจากนี้ ทองจะไปทางไหน?
แม้จะมีแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจ แต่สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะประเด็นอิหร่าน ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาทองในระยะกลางถึงระยะยาว
หากสถานการณ์บานปลายหรือรุนแรงขึ้น ทองคำยังมีโอกาสกลับมาเป็นที่ต้องการในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
สรุป
การร่วงลงของราคาทองคำในครั้งนี้ แม้จะเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สงคราม แต่มีสาเหตุหลักจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ และแรงขายทำกำไรของนักลงทุน
ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว แต่ในระยะสั้น ราคาสามารถผันผวนได้ตามปัจจัยเศรษฐกิจ ดังนั้น นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และไม่ยึดติดกับภาพจำว่า “ทองต้องขึ้นเสมอในช่วงวิกฤต”
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)