จังหวัดเดียวในไทย เคยได้ฉายา "เมืองเคราะห์ร้าย" ปัจจุบันรายได้อันดับ 2 ของภูมิภาค

จังหวัดเดียวในไทย เคยได้ฉายา "เมืองเคราะห์ร้าย" ปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจ รายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค
จังหวัดชุมพรเปรียบเสมือนประตูสู่ภาคใต้ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยปรากฏชื่อครั้งแรกในตำนานเมืองนครศรีธรรมราชในฐานะส่วนหนึ่งของ "เมืองสิบสองนักษัตร" ซึ่งเป็นกลุ่มเมืองบริวาร 12 เมืองของอาณาจักรนครศรีธรรมราช (ตามพรลิงค์) ในอดีต โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่พระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อร่วมกันปกครองพื้นที่และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาในคาบสมุทรมลายู
เมืองชุมพร: สัญลักษณ์ปีมะแมในระบบ 12 นักษัตร
ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ระบุว่า ในระบบการปกครองแบบเมืองบริวารนี้ แต่ละเมืองจะใช้สัตว์ประจำปีนักษัตรเป็นตราประจำเมือง โดยเมืองชุมพรได้รับมอบหมายให้ใช้ "ตราแพะ" (ปีมะแม) เป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง นอกจากนี้ยังมีเมืองอื่นๆ ที่ทำหน้าที่เป็นหัวเมืองบริวารกระจายตัวอยู่ทั่วภาคใต้และแหลมมลายู ดังนี้:
- ปีชวด (หนู): เมืองสายบุรี
- ปีฉลู (วัว): เมืองปัตตานี
- ปีขาล (เสือ): เมืองกลันตัน
- ปีเถาะ (กระต่าย): เมืองปาหัง
- ปีมะโรง (งูใหญ่): เมืองไทรบุรี
- ปีมะเส็ง (งูเล็ก): เมืองพัทลุง
- ปีมะเมีย (ม้า): เมืองตรัง
- ปีมะแม (แพะ): เมืองชุมพร
- ปีวอก (ลิง): เมืองบันทายสมอ (ไม่ปรากฏที่ตั้งชัดเจน)
- ปีระกา (ไก่): เมืองสระอุเลา (ไม่ปรากฏที่ตั้งชัดเจน)
- ปีจอ (สุนัข): เมืองตะกั่วป่า (ถลาง)
- ปีกุน (หมู): เมืองกระบุรี
"เมืองที่ไม่มีตัวเมือง" ข้อสันนิษฐานจากสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงวิเคราะห์ไว้ในตำนานเมืองระนองว่า เมืองชุมพรมีความประหลาดกว่าหัวเมืองเก่าแก่อื่นๆ ตรงที่แทบไม่มีหลักฐาน "โบราณวัตถุ" ชัดเจนเหมือนเมืองไชยาหรือนครศรีธรรมราช โดยทรงสันนิษฐานสาเหตุไว้ว่า พื้นที่ทำนาในอดีตอาจไม่เพียงพอต่อการตั้งชุมชนขนาดใหญ่ ประกอบกับชุมพรตั้งอยู่ตรงคอคอดของแหลมมลายูที่เป็นชัยภูมิสำคัญ จึงมักถูกใช้เป็น "เมืองด่าน" และสมรภูมิรบพุ่งมาตลอด ทำให้ไม่มีการสร้างถาวรวัตถุที่ใหญ่โตนัก

ทำไมรัฐบาลยุคก่อนจึงเรียกว่า "เมืองเคราะห์ร้าย"
ในช่วงปี พ.ศ. 2439 เมื่อมีการจัดตั้ง "มณฑลชุมพร" รัฐบาลในสมัยนั้นรู้จักหัวเมืองกลุ่มนี้ในนาม "เมืองเคราะห์ร้าย" เนื่องจากประสบชะตากรรมที่ยากลำบากหลายประการ:
- ภัยธรรมชาติซ้ำซาก: ชุมพรเป็นพื้นที่รับลมมรสุม มักประสบปัญหาฝนไม่ตกตามฤดูกาล หรือถูกพายุไต้ฝุ่นถล่มเกือบทุกปี ทำให้การเกษตรเสียหาย
- สภาพเมืองป่าเมืองดง: ในอดีตมีสภาพเป็นป่าเขา การค้าขายกับภายนอกมีน้อยมาก เป็นเพียงทางผ่านของการเดินเรือเลียบชายฝั่ง
- ภาระการเกณฑ์แรงงานและส่วย: เนื่องจากอยู่ใกล้กรุงเทพฯ กว่าหัวเมืองใต้อื่นๆ ประชาชนจึงถูกเกณฑ์ส่วยของป่ามากเป็นพิเศษ และในปี พ.ศ. 2429 ยังถูกเกณฑ์แรงงานไปปักเสาโทรเลขเป็นแรมเดือน จนชาวเมืองทนความลำบากไม่ไหวต้องอพยพหนีไปอยู่เมืองอื่นเป็นจำนวนมาก
ความสำคัญทางเศรษฐกิจของชุมพร
จากอดีต "เมืองด่าน" และ "เมืองเคราะห์ร้าย" ปัจจุบันชุมพรได้พัฒนาสู่การเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจ การเกษตร และการท่องเที่ยว เป็นประตูสู่ภาคใต้ที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจ
-
ฐานการผลิตเกษตรกรรมระดับประเทศ: ชุมพรเป็นแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ทุเรียน มังคุด และมะพร้าว โดยเฉพาะทุเรียนและกาแฟโรบัสต้าที่มีชื่อเสียง
-
ศูนย์กลางการแปรรูปและส่งออก: มีอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากการเกษตร เช่น สกัดน้ำมันปาล์ม อาหารทะเลแช่แข็ง และการแปรรูปผลไม้ (ทุเรียนอบแห้ง)
-
ประตูการคมนาคมและโลจิสติกส์: เป็นจุดเชื่อมต่อภาคใต้โดยทางบก (ถนนเพชรเกษม) ทางรถไฟ และมีสนามบินชุมพร รองรับการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว
-
รายได้ต่อหัวสูง: ชุมพรมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ (GPP Per Capita) อยู่ที่ 230,319 บาท/คน/ปี เป็นลำดับที่ 16 ของประเทศ และมีความหลากหลายในภาคเกษตรทำให้ความเสี่ยงจากราคาพืชผลตกต่ำน้อยกว่าพื้นที่อื่น
เกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร
จุดเด่นของชุมพร
-
ประตูด้านใต้-หาดทรายสวย: ได้ชื่อว่าเป็นประตูสู่ภาคใต้ เชื่อมต่อไปยังเกาะต่าง ๆ ได้ง่ายและมีชายฝั่งทะเลยาวกว่า 222 กิโลเมตร
-
แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่บริสุทธิ์: ขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายขาว บรรยากาศเงียบสงบ ไร้เตียงผ้าใบ เช่น หาดทุ่งวัวแล่น และเป็นแหล่งดำน้ำชมปะการังที่สวยงาม
-
เมืองหลวงกาแฟโรบัสต้า: เป็นพื้นที่ปลูกกาแฟโรบัสต้ามากที่สุดในไทย
-
ของฝากขึ้นชื่อ: กล้วยเล็บมือนาง ที่เป็นเอกลักษณ์
-
ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ: มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เช่น ล่องแพพะโต๊ะ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


