FBI เตือน 3 สัญญาณอันตรายบ่งบอกว่า Smart Device ในบ้าน ถูกแฮกเกอร์เจาะระบบ

FBI เตือน 3 สัญญาณอันตรายบ่งบอกว่า Smart Device ในบ้าน ถูกแฮกเกอร์เจาะระบบ

FBI เตือน 3 สัญญาณอันตรายบ่งบอกว่า Smart Device ในบ้าน ถูกแฮกเกอร์เจาะระบบ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

FBI เตือนภัย! 3 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่า "สมาร์ทดีไวซ์" ในบ้านของคุณถูกแฮกเกอร์โจมตี

ในยุคที่ทุกอย่างเชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ต อุปกรณ์อัจฉริยะภายในบ้าน (Smart Devices) ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ททีวี, ตู้เย็น, เครื่องปรับอากาศ หรือแม้แต่ของเล่นเด็ก อาจกลายเป็นช่องโหว่ให้แฮกเกอร์เข้ามาโจมตีได้โดยที่เราไม่รู้ตัว

ล่าสุด สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FBI ได้ออกมาเปิดเผย 3 สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าอุปกรณ์ของคุณกำลังถูกควบคุมโดยมิจฉาชีพ

FBI ระบุในประกาศแจ้งเตือนว่า เหล่าอาชญากรไซเบอร์มักจะเสาะหาและเข้ายึดครองอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) ที่มีช่องโหว่ เพื่อใช้เป็น "ตัวกลาง" (Proxy) ในการส่งผ่านข้อมูลที่ผิดกฎหมาย หรือใช้สำหรับโจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์อื่นๆ ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้ดูเหมือนว่ากิจกรรมที่ผิดกฎหมายเหล่านั้นถูกส่งออกมาจากที่พักอาศัยของคุณเอง

iStockphoto

3 สัญญาณเตือนที่ต้องรีบเช็กก่อนจะสาย

หากคุณสงสัยว่าอุปกรณ์ในบ้านเริ่มทำงานผิดปกติ ให้ลองสังเกตสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้:

  • ปริมาณการใช้ข้อมูล (Data) พุ่งสูงผิดปกติ: หากมีการติดตั้งมัลแวร์ลงในอุปกรณ์ อุปกรณ์นั้นจะเริ่มส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลออกไป เช่น การส่งอีเมลสแปมหรือการร่วมโจมตีเว็บไซต์ต่างๆ หากคุณพบว่ามีการใช้ข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันในอุปกรณ์ใดอุปกรณ์หนึ่ง นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าแฮกเกอร์กำลังใช้ IP address ของคุณเพื่อปกปิดตัวตน
  • ค่าอินเทอร์เน็ตแพงขึ้น: หลายครั้งที่เราอาจไม่ทันสังเกตปริมาณข้อมูลที่ใช้ แต่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะสังเกตเห็น หากคุณได้รับแจ้งว่ามีการใช้งานเกินแพ็กเกจหรือค่าบริการสูงขึ้นทั้งที่พฤติกรรมการใช้งานยังเหมือนเดิม นั่นคือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าอาจมีคนอื่นกำลังแอบใช้เครือข่ายของคุณ
  • อุปกรณ์ทำงานช้าลงหรือติดขัด (Lag): การที่แฮกเกอร์ส่งข้อมูลจำนวนมากผ่านอุปกรณ์ของคุณ จะส่งผลให้แบนด์วิดท์ถูกแย่งไปใช้ ทำให้อุปกรณ์ทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด หากทีวีหรือสมาร์ทดีไวซ์ของคุณเริ่มตอบสนองช้า มีอาการค้าง หรืออินเทอร์เน็ตช้าลงอย่างไร้สาเหตุ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจถูกแฮก

วิธีป้องกันเบื้องต้นจากคำแนะนำของ FBI

กุญแจสำคัญคือการสังเกต "ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายหรือประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องมือสื่อสาร นอกจากนี้ FBI ยังแนะนำให้ผู้ใช้งานหมั่นอัปเดตซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ ตั้งรหัสผ่านที่คาดเดายากและไม่ซ้ำกับบัญชีอื่น รวมถึงการแยกเครือข่าย Wi-Fi สำหรับอุปกรณ์ IoT ออกจากเครือข่ายหลักที่ใช้กับคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือที่มีข้อมูลสำคัญ

การหมั่นตรวจสอบและระมัดระวังเพียงเล็กน้อย สามารถช่วยป้องกันไม่ให้บ้านของคุณกลายเป็นฐานทัพของอาชญากรไซเบอร์ และช่วยรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลให้รอดพ้นจากการถูกโจรกรรมได้ในระยะยาว

แหล่งอ้างอิง

  1. UNILAD
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล