เปิด 5 เมนูแซ่บจานโปรดคนไทย มีกรดยูริกสูงมาก กินทุกวันเสี่ยง "โรคเกาต์" ไม่รู้ตัว

หมอเตือน 5 เมนูแซ่บ กรดยูริกสูงมาก กินทุกวันเสี่ยงเป็น โรคเกาต์ ข้อมูลที่คนไทย 90% ยังไม่รู้
กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกโซเชียล เมื่อ นพ.ทรงพล ยืนสุข หรือ "หมอยีนส์" จากคลินิกหมอทรงพล-หมอยีนส์ป่าติ้ว ได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอเตือนภัยใกล้ตัวเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินของคนไทย โดยระบุถึง 5 เมนูยอดฮิตที่หากรับประทานติดต่อกันทุกวัน อาจเปลี่ยนจากคนสุขภาพดีให้กลายเป็นผู้ป่วยโรคเกาต์ได้ เนื่องจากมีปริมาณกรดยูริกที่สูงมาก ซึ่งเป็นข้อมูลที่คนไทยกว่า 90% อาจยังไม่เคยทราบมาก่อน
โรคเกาต์เกิดจากการที่ร่างกายมีกรดยูริกในเลือดสูงเกินไป จนตกตะกอนเป็นผลึกสะสมอยู่ตามข้อต่อต่างๆ ส่งผลให้เกิดการอักเสบ ปวด บวม และแดงอย่างรุนแรง โดยกรดยูริกเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากการย่อยสลายสาร "พิวรีน" (Purine) ที่พบได้มากในอาหารบางชนิด
iStockphoto
เจาะลึก 5 เมนูอันตราย หากรับประทานบ่อยเกินไป
จากการให้ข้อมูลของ นพ.ทรงพล ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ รายการอาหารที่ควรระมัดระวังประกอบด้วยเมนูยอดนิยม ดังนี้:
- ตำถั่วและตำแตง: แม้จะเป็นเมนูผักแต่ถั่วฝักยาวมีสารพิวรีนในปริมาณสูง เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นกรดยูริกและไปสะสมตามข้อต่อ ทำให้เกิดอาการปวดและอักเสบได้
- ซุปหน่อไม้และแกงหน่อไม้: หน่อไม้โดยเฉพาะส่วนยอดอ่อนของไม้ไผ่ เป็นแหล่งสะสมของสารพิวรีนที่เข้มข้น การรับประทานเป็นประจำจะเร่งการสะสมของยูริกในร่างกาย
- ไข่เจียวชะอมและน้ำพริกกะปิ: ชะอมถือเป็นยอดผักที่มีพิวรีนสูงมาก ขณะที่ในน้ำพริกกะปิยังมี "มะเขือพวง" ซึ่งมีพิวรีนสูงเช่นกัน นอกจากนี้กะปิและกุ้งแห้งที่เป็นอาหารทะเล ยังเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ที่มีอาการของโรคเกาต์อยู่แล้วมีอาการปวดรุนแรงขึ้น
- คะน้าหมูกรอบ: ส่วนยอดอ่อนของผักคะน้ามีพิวรีนสูง ส่วนหมูกรอบที่มีไขมันสูงจะไปขัดขวางกระบวนการขับกรดยูริกออกจากร่างกาย ทำให้กรดยูริกคั่งค้างจนกลายเป็นโรคเกาต์
- ยำวุ้นเส้นผักกะเฉด: ผักกะเฉดโดยเฉพาะส่วนยอดเป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่มีสารพิวรีนสูงมาก ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในเมนูยำรสแซ่บที่หลายคนชื่นชอบ
แนวทางการรับประทานอย่างเหมาะสมเพื่อสุขภาพ
นพ.ทรงพล ย้ำเตือนว่า เมนูอาหารทั้ง 5 อย่างนี้ไม่ได้เป็นของต้องห้ามเสียทีเดียว ประชาชนยังสามารถรับประทานได้ตามปกติในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ประเด็นสำคัญคือ "ไม่ควรรับประทานติดต่อกันทุกวัน" เพราะจะทำให้ร่างกายได้รับสารพิวรีนสะสมมากเกินไปจนระบบจัดการกรดยูริกทำงานไม่ทัน
สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือเริ่มมีอาการปวดตามข้อ ควรหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณการทานยอดผัก เครื่องในสัตว์ และอาหารทะเล รวมถึงควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอเพื่อช่วยให้ร่างกายขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้ดียิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นโรคเกาต์เรื้อรังในอนาคต
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


