มุมมองมหาเศรษฐี "เจฟฟ์ เบโซส์" ผู้ก่อตั้ง Amazon เผยกลุ่มอาชีพที่ AI ไม่มีวันแทนที่ได้
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/jpg)
ผู้ก่อตั้ง Amazon "เจฟฟ์ เบโซส์" เผยกลุ่มอาชีพที่ AI "ไม่มีวัน" แทนที่ได้ พร้อมแนะทักษะสำคัญที่ต้องมี
ในขณะที่ความกังวลเรื่องการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าอาชีพของตนจะถูกแทนที่เมื่อใด ไม่ใช่แค่จะถูกแทนที่หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อผู้เชี่ยวชาญต่างออกมาเตือนว่าในอนาคตบริษัทต่างๆ อาจเลือกใช้ AI มากกว่าแรงงานมนุษย์ เนื่องจากต้นทุนที่ถูกกว่า รวดเร็ว และจัดการได้ง่ายกว่า
ก่อนหน้านี้มหาเศรษฐีอย่าง บิล เกตส์ และบริษัทไมโครซอฟท์ เคยเปิดเผยรายชื่ออาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เช่น นักประวัติศาสตร์ ล่ามแปลภาษา รวมถึงนักเขียน ทว่าล่าสุด เจฟฟ์ เบโซส์ ผู้ก่อตั้ง Amazon มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลก ได้ออกมาแสดงทัศนะที่ต่างออกไป โดยเน้นย้ำถึงทักษะหนึ่งเดียวที่มนุษย์ต้องมีเพื่อความอยู่รอดในยุค AI ครองเมือง
- "บิล เกตส์" ยืนยัน! มี 1 อาชีพที่ AI ไม่มีวันแย่งงานได้ ต่อให้ผ่านไปอีก 100 ปีก็ตาม
- Microsoft เผย 40 อาชีพ "AI" ทำแทนไม่ได้ และ 40 อาชีพเสี่ยงโดนแทนมากที่สุด
ทักษะความคิดสร้างสรรค์: ปราการด่านสุดท้ายของมนุษย์
ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่งาน Italian Tech Week ปี 2025 เจฟฟ์ เบโซส์ ได้ให้คำแนะนำที่น่าสนใจว่า กลุ่มอาชีพ "สายสร้างสรรค์" (Creatives) จะยังคงปลอดภัยจากการรุกรานของเทคโนโลยี เนื่องจาก AI ในปัจจุบันยังไม่สามารถสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ได้ด้วยตนเองโดยปราศจากคำสั่งหรือการตั้งโจทย์จากมนุษย์
เบโซส์เน้นย้ำถึงความสำคัญของความสามารถในการผลิตไอเดีย โดยเขายกตัวอย่างตัวเองว่า "ถ้าให้ผมยืนอยู่หน้าไวท์บอร์ด ผมสามารถสร้างไอเดียได้เป็นร้อยอย่างภายในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมง" ซึ่งเขามองว่านี่คือจุดแข็งที่ AI ยังทำไม่ได้ดีเท่ามนุษย์ และเป็นทักษะที่พนักงานในอนาคตจำเป็นต้องรักษาไว้หากไม่อยากถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์
- AI ยังต้องการคำสั่ง (Prompt) ในการเริ่มต้นสร้างงาน
- ความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนยังเป็นโดเมนของมนุษย์
- การสร้างไอเดียใหม่ๆ จากความว่างเปล่าเป็นสิ่งที่ AI ยังทำได้ยาก
ADEK BERRY / AFP
มุมมองมหาเศรษฐี: อนาคตที่น่าตื่นเต้นหรือวิกฤตแรงงาน
แม้ว่าการแสดงความเห็นของเบโซส์จะถูกมองว่าย้อนแย้งกับนโยบายของ Amazon ที่มีการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้แทน แต่เขากลับแสดงความกระตือรือร้นต่ออนาคตของ AI มากกว่าใคร โดยเขามองว่า AI จะเข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพและผลิตภาพ (Productivity) ของทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม หรือบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภค
เบโซส์ในวัย 62 ปี กล่าวว่า "ผมไม่เห็นว่าใครจะมีเหตุผลให้รู้สึกท้อแท้ได้เลยในยุคนี้" พร้อมสำทับว่าไม่มีช่วงเวลาไหนที่จะน่าตื่นเต้นไปกว่าการเฝ้ารอดูอนาคตอีกแล้ว อย่างไรก็ตาม มุมมองนี้อาจสวนทางกับความรู้สึกของพนักงานออฟฟิศและแรงงานทั่วไปที่กำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงในอาชีพการงาน
บทสรุปสำหรับคนทำงานในยุคดิจิทัล
แม้โลกในอนาคตอาจดูเหมือนนิยายไซไฟที่ควบคุมโดยมหาเศรษฐีและเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่สารสำคัญจากเจฟฟ์ เบโซส์ คือการรักษา "ประกายไฟแห่งความคิดสร้างสรรค์" เอาไว้ ตราบใดที่มนุษย์ยังสามารถคิดค้น สร้างสรรค์ และนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ที่ AI คิดไม่ถึง เราจะยังคงมีพื้นที่ยืนในตลาดแรงงานเสมอ
การปรับตัวไม่ใช่เพียงการเรียนรู้วิธีใช้ AI แต่คือการดึงศักยภาพสูงสุดของความเป็นมนุษย์นั่นคือ อารมณ์ ประสบการณ์ และจินตนาการ ออกมาใช้ในงานที่ทำ เพื่อสร้างคุณค่าที่หุ่นยนต์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ไม่สามารถเลียนแบบได้
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี