กาแฟ "คั่วอ่อน-คั่วกลาง-คั่วเข้ม" ต่างกันอย่างไร? แล้วแบบไหนดื่มแล้ว "ดีด" ที่สุด?

กาแฟ "คั่วอ่อน-คั่วกลาง-คั่วเข้ม" ต่างกันอย่างไร? แล้วแบบไหนดื่มแล้ว "ดีด" ที่สุด?

กาแฟ "คั่วอ่อน-คั่วกลาง-คั่วเข้ม" ต่างกันอย่างไร? แล้วแบบไหนดื่มแล้ว "ดีด" ที่สุด?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สำหรับคอกาแฟ หลายคนอาจเคยเห็นคำว่า “คั่วอ่อน คั่วกลาง คั่วเข้ม” บนซองกาแฟหรือเมนูในร้าน แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันแตกต่างกันอย่างไร? และระดับการคั่วมีผลต่อความเข้มข้นหรือคาเฟอีนมากแค่ไหน?

ความจริงแล้ว “ระดับการคั่ว” เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทั้งรสชาติ กลิ่น และประสบการณ์ในการดื่มกาแฟของคุณอย่างชัดเจน

coffee

กาแฟคั่วอ่อน (Light Roast)

กาแฟคั่วอ่อนคือเมล็ดที่ผ่านการคั่วในระยะเวลาสั้นที่สุด สีของเมล็ดจะออกน้ำตาลอ่อน และยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของสายพันธุ์กาแฟไว้ได้มากที่สุด

รสชาติของกาแฟประเภทนี้จะออกเปรี้ยวสดใส มักให้กลิ่นแนวผลไม้หรือดอกไม้ บอดี้ค่อนข้างเบา ดื่มแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น เหมาะกับคนที่ชอบรสชาติซับซ้อนและอยากสัมผัสคาแรกเตอร์แท้ๆของเมล็ดกาแฟ

กาแฟคั่วกลาง (Medium Roast)

คั่วกลางถือเป็นระดับที่สมดุลที่สุด เมล็ดกาแฟจะมีสีน้ำตาลเข้มขึ้น และเริ่มมีความมันเล็กน้อยบนผิว

รสชาติจะบาลานซ์ระหว่างความเปรี้ยวและความขม มีกลิ่นหอมหวานคล้ายคาราเมลหรือถั่ว ดื่มง่าย ไม่จัดจ้านเกินไป จึงเป็นระดับที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และเหมาะกับเมนูกาแฟหลากหลายประเภท

types-of-coffee-beans-in-mala

กาแฟคั่วเข้ม (Dark Roast)

กาแฟคั่วเข้มคือเมล็ดที่ผ่านการคั่วนานที่สุด สีจะเข้มจนเกือบดำ และมีน้ำมันเคลือบผิวอย่างชัดเจน

รสชาติจะเน้นความขม เข้ม และมีกลิ่นคั่วหรือกลิ่นไหม้ชัดเจน ความเปรี้ยวแทบไม่มี บอดี้แน่น ดื่มแล้วให้ความรู้สึกหนักแน่น เหมาะกับคนที่ชอบกาแฟรสเข้ม หรือเมนูอย่างเอสเปรสโซและกาแฟนม

แล้วแบบไหน “ดีด” ที่สุด?

หลายคนมักเข้าใจว่ากาแฟคั่วเข้มให้คาเฟอีนสูงสุด ทำให้ตาสว่างหรือ "ดีด" มากที่สุด แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับตรงกันข้ามเล็กน้อย เพราะโดยทั่วไป

  • กาแฟคั่วอ่อน จะมีคาเฟอีนมากกว่าคั่วเข้มเล็กน้อย

  • กาแฟคั่วเข้ม จะสูญเสียคาเฟอีนบางส่วนไปในระหว่างกระบวนการคั่ว

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างนี้ไม่ได้มากจนรู้สึกได้ชัดในชีวิตประจำวัน

uong-cafe-dung-cach

แล้วทำไมบางคนดื่มคั่วเข้มแล้วรู้สึก “ดีด” มากกว่า?

ความรู้สึกหลังดื่มไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับการคั่วเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวกับปัจจัยอื่น เช่น

  • วิธีการชง (เช่น เอสเปรสโซจะเข้มข้นกว่า)

  • ปริมาณกาแฟที่ใช้

  • ความไวต่อคาเฟอีนของแต่ละคน

จึงทำให้บางคนรู้สึกว่ากาแฟคั่วเข้ม “แรงกว่า” ทั้งที่จริงๆแล้วไม่ได้มีคาเฟอีนมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

สรุปแบบเข้าใจง่าย

  • คั่วอ่อน: เปรี้ยวสดใส หอมผลไม้ คาเฟอีนสูงสุด

  • คั่วกลาง: สมดุล ดื่มง่าย เหมาะกับทุกคน

  • คั่วเข้ม: ขมเข้ม กลิ่นคั่วชัด บอดี้แน่น

หากถามว่าแบบไหน “ดีดที่สุด” คำตอบคือ คั่วอ่อน แต่ความแตกต่างถือว่าน้อยมาก

tccmarch202019-scaled

เลือกแบบไหนดี?

สุดท้ายแล้ว การเลือกกาแฟไม่ได้มีแค่เรื่องคาเฟอีน แต่ขึ้นอยู่กับ “รสชาติที่คุณชอบ” มากกว่า

ถ้าอยากได้ความสดชื่นและกลิ่นซับซ้อน เลือกคั่วอ่อน ถ้าอยากได้ความลงตัว ดื่มง่าย เลือกคั่วกลาง ถ้าชอบความเข้มข้นหนักแน่น เลือกคั่วเข้ม

เพราะกาแฟที่ดีที่สุด ไม่ใช่แก้วที่แรงที่สุด แต่คือแก้วที่คุณดื่มแล้วรู้สึกว่า “ใช่” มากที่สุดนั่นเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล