77 จังหวัด มีแค่ที่เดียว! "จังหวัดที่ไม่มีแม่น้ำ" แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี

77 จังหวัด มีเพียงหนึ่งเดียวที่ "ไม่มีแม่น้ำ"
ในบรรดา 77 จังหวัดของประเทศไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำและระบบชลประทาน หลายท่านอาจไม่เคยทราบว่ามีอยู่จังหวัดหนึ่งที่มีเอกลักษณ์ทางภูมิศาสตร์ไม่เหมือนใคร เพราะเป็นจังหวัดเดียวในประเทศที่ "ไม่มีแม่น้ำสายหลัก" ไหลผ่านเลยแม้แต่สายเดียว
จังหวัดนั้นคือ "ภูเก็ต"
วิเคราะห์ทางภูมิศาสตร์: ทำไมภูเก็ตจึงไร้เงาแม่น้ำ?
การที่จังหวัดภูเก็ตไม่มีแม่น้ำ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากองค์ประกอบทางธรณีวิทยาและลักษณะทางกายภาพที่เฉพาะตัว ดังนี้:
-
โครงสร้างพื้นที่เกาะ: ภูเก็ตมีสถานะเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่จำกัด (ประมาณ 540 ตารางกิโลเมตร) ระยะทางจากใจกลางเกาะถึงชายฝั่งทะเลนั้นสั้นเกินกว่าที่มวลน้ำจะรวมตัวกันเป็นแม่น้ำสายยาวได้
-
ภูมิประเทศแบบเทือกเขา: พื้นที่กว่า 70% เป็นภูเขาและเนินเขา แนวเขามักวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ทำให้ทางน้ำไหลมีลักษณะเป็นลำธารสายสั้นๆ หรือที่ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า "บาง" ซึ่งจะไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็ว
-
ขาดลุ่มน้ำขนาดใหญ่: เนื่องจากไม่มีพื้นที่รับน้ำที่กว้างขวางพอที่จะก่อให้เกิด "แม่น้ำ" ตามนิยามทางอุทกวิทยา (ที่มีความยาวและความลึกคงที่ตลอดปี)
การบริหารจัดการน้ำในจังหวัดที่ไร้แม่น้ำ
เมื่อไม่มีแม่น้ำสายหลัก ชาวภูเก็ตจึงต้องพึ่งพาแหล่งน้ำทางเลือกที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น:
-
ขุมเหมืองเก่า (Old Mining Pools): ภูเก็ตในอดีตคือศูนย์กลางเหมืองแร่ดีบุก ขุมเหมืองที่ขุดเจาะทิ้งไว้ได้กลายเป็นแหล่งกักเก็บน้ำฝนตามธรรมชาติที่มีความลึกและปริมาณมหาศาล
-
อ่างเก็บน้ำหลัก: รัฐได้สร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อรองรับการบริโภคและการท่องเที่ยว เช่น อ่างเก็บน้ำบางวาด และ อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ
-
ระบบคลอง (Canals): แม้จะมีทางน้ำอย่าง "คลองบางใหญ่" ที่ไหลผ่านตัวเมือง แต่ในทางนิยามทางภูมิศาสตร์ยังถือว่าเป็น "คลองสายหลัก" หรือลำธารที่ไม่ได้มีขนาดใหญ่พอที่จะจัดลำดับเป็น "แม่น้ำ" (River)
ข้อสังเกต: แม้ภูเก็ตจะเป็นจังหวัดเดียวที่ไม่มีแม่น้ำ แต่กลับเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและทรัพยากรทางทะเลสูงที่สุดแห่งหนึ่งของไทย สะท้อนให้เห็นว่า "ชัยภูมิ" นั้นสำคัญกว่า "ทรัพยากรน้ำจืด" ในรูปแบบแม่น้ำเสมอไป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
