พบสัญญาณนี้ที่ “ข้อเท้า” โปรดระวัง โรคไต-หัวใจ ร่างกายกำลังตะโกนเตือน!!!

พบสัญญาณนี้ที่ “ข้อเท้า” โปรดระวัง โรคไต-หัวใจ ร่างกายกำลังตะโกนเตือน!!!

พบสัญญาณนี้ที่ “ข้อเท้า” โปรดระวัง โรคไต-หัวใจ ร่างกายกำลังตะโกนเตือน!!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อย่าชะล่าใจ! "ข้อเท้าบวม" บ่อยๆ สัญญาณเตือนจากร่างกาย เช็กด่วนก่อน "หัวใจ-ไต" พังไม่รู้ตัว

เคยสังเกตไหม? บางวันอยู่ดีๆ ข้อเท้าก็บวมขึ้นมา ใส่รองเท้าแล้วคับกว่าเดิม หลายคนอาจคิดว่าแค่เดินเยอะหรือยืนนาน แต่รู้หรือไม่ว่าอาการ "ข้อเท้าบวม" ที่ไม่หายไปหลังการพักผ่อน อาจเป็นสัญญาณเตือนว่า หัวใจ หรือ ไต ของคุณกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ!

วิธีเช็กง่ายๆ ด้วยตัวเอง: "กดแล้วบุ๋ม" หรือไม่?

ทางการแพทย์มีวิธีตรวจสอบอาการบวมน้ำ (Edema) ที่ทำได้เองง่ายๆ เรียกว่า "Pitting Test":

  • วิธีทำ: ใช้นิ้วหัวแม่มือกดลงไปที่บริเวณหน้าแข้งหรือข้อเท้าเบาๆ ค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาทีแล้วปล่อย

  • ผลลัพธ์: หากผิวหนังเด้งกลับมาทันที มักเป็นการบวมชั่วคราว แต่หาก "ทิ้งรอยบุ๋มไว้นานหลายวินาที" นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่าร่างกายของคุณกำลังมีการสะสมของเหลวมากผิดปกติ

ทำไมข้อเท้าบวม ถึงเกี่ยวกับ "หัวใจ"?

เมื่อหัวใจเริ่มอ่อนแรงและสูบฉีดเลือดได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ระบบไหลเวียนเลือดจะทำงานช้าลง ส่งผลให้เลือดและของเหลวไหลไปกองรวมกันที่ส่วนล่างของร่างกายตามแรงโน้มถ่วง

  • อาการร่วม: หากคุณมีอาการ เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก หรือน้ำหนักตัวพุ่งขึ้นเร็ว เพราะร่างกายกักเก็บน้ำควบคู่กับอาการเท้าบวม ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อเช็กระบบหัวใจทันที

หรือจะเป็นสัญญาณจาก "ไต"?

ไตมีหน้าที่กรองของเสียและขับน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย เมื่อไตทำงานผิดปกติ น้ำและโซเดียมจะเริ่มคั่งค้าง ทำให้เกิดอาการบวมตามข้อเท้า เท้า และบางครั้งลามไปถึงใบหน้า

  • ข้อสังเกต: ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง อาการบวมอาจลามตั้งแต่ช่วงสะโพกลงไปจนถึงปลายนิ้วเท้า และอาจมาพร้อมกับอาการ ปัสสาวะน้อยลง หรือปัสสาวะมีฟอง

บวมแบบไหนที่ "ยังไม่น่ากังวล"?

ไม่ใช่ทุกเคสที่เท้าบวมจะแปลว่าป่วยหนักเสมอไป บางครั้งอาจเกิดจากสาเหตุทั่วไป เช่น:

  1. นั่งหรือยืนนานเกินไป: เลือดไหลเวียนไม่สะดวก

  2. กินเค็มจัด: โซเดียมดึงน้ำไว้ในเนื้อเยื่อ

  3. การตั้งครรภ์: การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและการกดทับของมดลูก

  4. ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางชนิดส่งผลให้ร่างกายกักเก็บน้ำ

6 สัญญาณอันตรายที่ต้องไปพบแพทย์ "ด่วน"

ถ้าอาการบวมมาพร้อมกับอาการเหล่านี้ อย่ารอนาน:

  • หายใจไม่อิ่ม หรือหายใจลำบาก

  • เจ็บหน้าอก หรือแน่นหน้าอก

  • น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ

  • อ่อนเพลียเรื้อรัง ไม่มีแรง

  • ปริมาณปัสสาวะลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

  • อาการบวมไม่ยุบลงแม้จะยกขาสูงหรือพักผ่อนแล้ว

 ร่างกายของเรามีวิธีบอกเหตุเสมอ "ข้อเท้าบวม" อาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ถ้ากดแล้วบุ๋มไม่คืนตัว นั่นคือคำเตือนที่ต้องฟัง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล