รู้จักภาวะ "มดลูกแฝด-มดลูกรูปหัวใจ" ความผิดปกติแต่กำเนิด ผู้หญิงหลายคนอาจไม่เคยรู้ตัว

รู้จักภาวะ "มดลูกแฝด-มดลูกรูปหัวใจ" ความผิดปกติแต่กำเนิด ผู้หญิงหลายคนอาจไม่เคยรู้ตัว

รู้จักภาวะ "มดลูกแฝด-มดลูกรูปหัวใจ" ความผิดปกติแต่กำเนิด ผู้หญิงหลายคนอาจไม่เคยรู้ตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รู้จักภาวะ "มดลูกแฝด-มดลูกรูปหัวใจ" ความผิดปกติแต่กำเนิดที่ผู้หญิงเสี่ยงแท้งไม่รู้ตัว

โดยปกติแล้ว มดลูกของผู้หญิงจะมีลักษณะคล้ายลูกแพร์หรือลูกชมพู่คว่ำ ตั้งอยู่ภายในอุ้งเชิงกราน มีขนาดความยาวประมาณ 7.5–8 เซนติเมตร และทำหน้าที่สำคัญคือเป็นที่ฝังตัวของตัวอ่อนเพื่อพัฒนาเป็นทารก อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก March of Dimes ระบุว่ามีผู้หญิงประมาณ 3% ที่เกิดมาพร้อมความผิดปกติของโครงสร้างมดลูก ซึ่งภาวะที่พบได้บ่อยและน่ากังวลคือ "มดลูกแฝด" และ "มดลูกรูปหัวใจ"

มดลูกแฝด (Double Uterus) คืออะไร?

มดลูกแฝด หรือทางด้านการแพทย์เรียกว่า Uterus Didelphys คือภาวะความผิดปกติแต่กำเนิดที่มดลูกพัฒนาแยกออกเป็น 2 อัน แทนที่จะเชื่อมรวมกันเป็นอันเดียว ภาวะนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ทารกเพศหญิงยังอยู่ในครรภ์มารดา ในบางรายอาจมีความผิดปกติที่ซับซ้อน เช่น มีมดลูก 2 อัน ปากมดลูก 2 อัน และอาจมีช่องคลอดแยกเป็น 2 ช่องด้วย

ผู้หญิงที่มีมดลูกแฝดอาจมีสัญญาณเตือนหรือภาวะดังนี้:

  • รอบเดือนผิดปกติ: อาจมีประจำเดือน 2 ครั้งต่อเดือน เนื่องจากมดลูกแต่ละอันอาจมีการตกไข่และลอกเยื่อบุโพรงมดลูกแยกกัน
  • อาการปวด: มักพบอาการปวดบริเวณอุ้งเชิงกรานหรือปวดประจำเดือนรุนแรง
  • ปัญหาด้านการเจริญพันธุ์: มีความเสี่ยงในการแท้งบุตรสูงกว่าปกติ หรือมีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด

มดลูกรูปหัวใจ (Bicornuate Uterus) ความผิดปกติที่คล้ายกันแต่แตกต่าง

อีกหนึ่งความผิดปกติที่พบบ่อยคือ มดลูกรูปหัวใจ หรือ Bicornuate Uterus ซึ่งเกิดจากท่อที่พัฒนาเป็นมดลูกรวมตัวกันเพียงบางส่วนตรงบริเวณส่วนล่าง แต่ส่วนบนกลับแยกออกจากกันเป็นสองแฉกคล้ายรูปหัวใจหรือเขา

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างมดลูกแฝดและมดลูกรูปหัวใจ คือ:

  • มดลูกแฝด: มดลูกแยกเป็นสองอันชัดเจน และมักมีปากมดลูกสองอัน
  • มดลูกรูปหัวใจ: มดลูกมีอันเดียวแต่มีรอยหยักแยกเป็นสองแฉก และมักมีปากมดลูกเพียงอันเดียว

ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์และภาวะแทรกซ้อน

ข้อมูลทางการแพทย์จาก Cleveland  Clinic ระบุว่าผู้หญิงที่มีมดลูกผิดปกติเหล่านี้ยังสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่อาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงในด้านต่างๆ ดังนี้:

  • พื้นที่จำกัด: รูปทรงมดลูกที่ผิดปกติทำให้พื้นที่สำหรับทารกมีน้อย ส่งผลให้ทารกเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่
  • ความเสี่ยงในการแท้งบุตร: โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์
  • ทารกท่าผิดปกติ: ทารกมีโอกาสสูงที่จะอยู่ในท่าก้น (Breech Position) เนื่องจากพื้นที่จำกัดทำให้กลับตัวยาก มักจำเป็นต้องผ่าคลอด
  • คลอดก่อนกำหนด: มดลูกอาจไม่สามารถขยายตัวรองรับน้ำหนักทารกได้เท่าที่ควร

จะรู้ได้อย่างไรว่ามดลูกมีความผิดปกติ?

ผู้หญิงส่วนใหญ่มักไม่ทราบว่าตนเองมีความผิดปกตินี้จนกว่าจะประสบปัญหาในการตั้งครรภ์หรือแท้งบุตร เนื่องจากภาวะนี้มักไม่แสดงอาการภายนอกที่ชัดเจน และการตรวจภายในทั่วไปอาจระบุไม่ได้ วิธีการวินิจฉัยที่แม่นยำประกอบด้วยการทำอัลตราซาวนด์สามมิติ (3D Ultrasound) การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) หรือการส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก

สำหรับผู้ที่วางแผนจะมีบุตร การตรวจร่างกายอย่างละเอียดและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้แพทย์ช่วยประเมินและวางแผนการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล