หมออังกฤษเตือน! ถ้าจู่ๆ ดวงตาเห็น "ภาพซ้อน" อย่าคิดแค่เหนื่อยล้า ระวังโรคฮิตทางสมอง

หมออังกฤษเตือน! ถ้าจู่ๆ ดวงตาเห็น "ภาพซ้อน" อย่าคิดแค่เหนื่อยล้า ระวังโรคฮิตทางสมอง

หมออังกฤษเตือน! ถ้าจู่ๆ ดวงตาเห็น "ภาพซ้อน" อย่าคิดแค่เหนื่อยล้า ระวังโรคฮิตทางสมอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ระวังให้ดี! อยู่ ๆ มองเห็น “ภาพซ้อน” แพทย์เตือนอาจเป็นสัญญาณโรคหลอดเลือดสมอง

เมื่อพูดถึง โรคหลอดเลือดสมอง (สโตรก) หลายคนมักนึกถึงอาการหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัดเป็นอันดับแรก แต่แพทย์เตือนว่าในบางกรณี สัญญาณเตือนอาจปรากฏที่ “ดวงตา” ก่อน โดยอาการนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเกิดจากความเหนื่อยล้า หรือการใช้สายตามากเกินไป

อาการที่ว่านั้นคือ การมองเห็นภาพซ้อน หรือการมองวัตถุหนึ่งชิ้นแต่เห็นเป็นสองภาพ หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงอาการชั่วคราวจากการจ้องหน้าจอนาน นอนน้อย หรือความเครียด อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าในบางสถานการณ์ อาการนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมองที่กำลังจะเกิดขึ้น

ภาพซ้อน อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง

ตามข้อมูลจาก National Health Service (NHS) ของสหราชอาณาจักร อาการมองเห็นภาพซ้อน (Diplopia) คือภาวะที่ผู้ป่วยมองเห็นวัตถุหนึ่งชิ้นเป็นสองภาพ อาการนี้อาจเกิดกับตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้

แพทย์เตือนว่า หากอาการภาพซ้อนเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยเฉพาะในคนที่ไม่เคยมีอาการลักษณะนี้มาก่อน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาทหรือสมอง

หากเกิดกะทันหัน ต้องระวังเป็นพิเศษ

นพ.นาเด็ม อาลี (Dr. Nadeem Ali) ศัลยแพทย์ด้านจักษุจาก London Squint Clinic ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า อาการมองเห็นภาพซ้อนไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นแบบฉับพลัน

แพทย์แนะนำว่า หากภาพซ้อนเกิดร่วมกับอาการอื่น เช่น หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดลำบาก เดินเซ หรือเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ผู้ป่วยควรถูกปฏิบัติในฐานะ ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ และต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด

ภาพซ้อนร่วมกับปวดหัวรุนแรง อาจเสี่ยงอันตราย

อีกหนึ่งสัญญาณที่ต้องระวังคือ อาการปวดศีรษะรุนแรงที่เกิดพร้อมกับภาพซ้อน ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะอักเสบ การติดเชื้อ หรือแม้แต่การมีเลือดออกในสมอง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ทันที

ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า อาการภาพซ้อนอาจเกิดจาก ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (Transient Ischemic Attack หรือ TIA) หรือที่บางคนเรียกว่า “สโตรกเล็ก” ซึ่งเกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองลดลงชั่วคราว อาการมักหายไปภายใน 24 ชั่วโมง

แม้อาการจะหายไปเองได้ แต่แพทย์มองว่า TIA เป็น สัญญาณเตือนก่อนเกิดโรคหลอดเลือดสมองจริง ดังนั้นการตรวจและติดตามอาการอย่างใกล้ชิดจึงมีความสำคัญอย่างมาก

ไม่ใช่ทุกครั้งที่ภาพซ้อนจะเป็นสโตรก

อย่างไรก็ตาม แพทย์ย้ำว่า อาการมองเห็นภาพซ้อนไม่ได้เกิดจากโรคหลอดเลือดสมองเสมอไป แต่ก็เป็นอาการที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของดวงตานั้นมีต้นกำเนิดจากสมอง

เมื่อดวงตาทั้งสองข้างไม่อยู่ในแนวเดียวกัน สมองจะรับภาพสองภาพที่แตกต่างกัน จึงเกิดอาการภาพซ้อนขึ้น สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อตา เส้นประสาทที่ควบคุมดวงตา หรือส่วนของสมองที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น

ในบางกรณี อาการนี้อาจเกี่ยวข้องกับเนื้องอกในสมอง ซึ่งก้อนเนื้อหรืออาการบวมในสมองไปกดทับเส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของดวงตา นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากโรคอื่น เช่น เบาหวาน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ หรืออาการล้าของดวงตาจากการใช้สายตามากเกินไป

ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า หากเกิดอาการมองเห็นภาพซ้อน ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์โดยเร็ว เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและลดความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงที่อาจซ่อนอยู่

  1. Daily Mail
  2. NHS

อัลบั้มภาพ 2 ภาพ

อัลบั้มภาพ 2 ภาพ ของ หมออังกฤษเตือน! ถ้าจู่ๆ ดวงตาเห็น "ภาพซ้อน" อย่าคิดแค่เหนื่อยล้า ระวังโรคฮิตทางสมอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล