อิหร่าน เปิด 3 เงื่อนไขยุติสงคราม เตือนโลกเสี่ยงเจอราคาน้ำมันพุ่ง ระดับประวัติการณ์!

อิหร่าน เปิด 3 เงื่อนไขยุติสงคราม เตือนโลกเสี่ยงเจอราคาน้ำมันพุ่ง ระดับประวัติการณ์!

อิหร่าน เปิด 3 เงื่อนไขยุติสงคราม เตือนโลกเสี่ยงเจอราคาน้ำมันพุ่ง ระดับประวัติการณ์!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

อิหร่านเปิด 3 เงื่อนไขยุติสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล เตือนโลกเสี่ยงเจอน้ำมันพุ่ง 200 ดอลลาร์

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงร้อนระอุ หลังการสู้รบระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอลดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง ท่ามกลางความพยายามทางการทูตเพื่อจำกัดวงของความขัดแย้ง ล่าสุดผู้นำอิหร่านออกมาเปิดเงื่อนไขสำคัญสำหรับการยุติสงคราม พร้อมส่งสัญญาณเตือนว่าความรุนแรงที่ยืดเยื้ออาจทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการหารือระหว่างผู้นำอิหร่านกับผู้นำรัสเซียและปากีสถาน ซึ่งยังคงพยายามรักษาช่องทางการเจรจาเพื่อคลี่คลายความตึงเครียด ขณะที่หลายประเทศกำลังจับตาความเคลื่อนไหวในภูมิภาคนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลก

อิหร่านประกาศ 3 เงื่อนไขสู่ข้อตกลงสันติภาพ

มาซูด เปเซซเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X (@drpezeshkian) เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ว่า อิหร่านยังคงยึดมั่นต่อสันติภาพในภูมิภาค แต่การยุติสงครามจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ “สิทธิอันชอบธรรม” ของประเทศได้รับการยอมรับจากนานาชาติ

ผู้นำอิหร่านยังย้ำว่า ความขัดแย้งครั้งนี้เกิดจากการกระทำของอิสราเอลและสหรัฐฯ พร้อมเสนอเงื่อนไข 3 ประการเพื่อเปิดทางสู่ข้อตกลงสันติภาพ ได้แก่ 1.การยอมรับสิทธิของอิหร่านอย่างเป็นทางการ 2.การจ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล และ 3.การรับประกันจากนานาชาติว่าจะไม่มีการโจมตีอิหร่านเกิดขึ้นอีกในอนาคต

เตือนโลกเสี่ยงเจอราคาน้ำมันทะลุ 200 ดอลลาร์

ขณะเดียวกัน อิหร่านยังส่งสัญญาณเตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ หากความขัดแย้งยังดำเนินต่อไป โดยระบุว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกทันที

สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดมากขึ้น เมื่อกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือ IRGC เดินหน้าโจมตีเรือพาณิชย์และพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ตลาดพลังงานทั่วโลกเริ่มเกิดความไม่แน่นอนอย่างหนัก

ท่าทีสหรัฐฯ และอิสราเอลยังไม่สอดคล้องกัน

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้ความเห็นว่าสงครามอาจยุติลงได้ในเร็วๆ นี้ เนื่องจากปฏิบัติการทางทหารดำเนินไปเร็วกว่ากำหนด และเป้าหมายหลักแทบถูกทำลายหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม ฝั่งอิสราเอลมีท่าทีแตกต่าง โดยรัฐมนตรีกลาโหมระบุว่าปฏิบัติการทางทหารยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน และจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ ขณะที่ทรัมป์ยืนยันว่าการตัดสินใจยุติสงครามจะต้องเกิดจากการหารือร่วมกับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล

นักวิเคราะห์เตือนเสี่ยงเข้าสู่สงครามยืดเยื้อ

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมองว่า สหรัฐฯ ได้ปรับเป้าหมายจากการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่าน มาเป็นการทำลายศักยภาพทางทหารสำคัญ เช่น โครงการนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ โดรน และกองทัพเรือของอิหร่าน เพื่อลดความเสี่ยงของสงครามขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน หลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดคนก่อน อิหร่านได้แต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการท้าทายบทบาทของสหรัฐฯ ที่ต้องการมีอิทธิพลต่อทิศทางการเมืองของอิหร่าน

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเตือนว่า หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ความขัดแย้งครั้งนี้อาจกลายเป็น “สงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด” ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ยังส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและพลังงานของโลกในระยะยาว

บทสรุป

การประกาศเงื่อนไข 3 ข้อของผู้นำอิหร่านถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อทิศทางของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงมีจุดยืนที่แตกต่างกัน ทำให้โอกาสยุติสงครามในระยะสั้นยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ในระหว่างที่การเจรจาทางการทูตยังดำเนินต่อไป โลกจึงต้องจับตาความเคลื่อนไหวในภูมิภาคนี้อย่างใกล้ชิด เพราะผลลัพธ์ของความขัดแย้งครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อทั้งความมั่นคงระหว่างประเทศและเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล