หลักฐาน "การเล่นเพื่อน" อีโรติก 20+ หญิง-หญิง ของไทย มีมานานเป็นร้อยปีแล้ว

ย้อนรอยการเล่นเพื่อน: หลักฐานความรักหญิง-หญิงในจิตรกรรมฝาผนังไทย
ก่อนที่ซีรีส์แนว Girl's Love จะได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน ทราบหรือไม่ว่าหลักฐานความสัมพันธ์แบบหญิงรักหญิง หรือที่คนโบราณเรียกว่า "การเล่นเพื่อน" มีปรากฏอยู่ในสังคมไทยมานานนับร้อยปีแล้ว เรื่องราวเหล่านี้ไม่ได้ถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างโจ่งแจ้ง แต่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนผ่านงานศิลปะและจิตรกรรมฝาผนังตามวัดต่างๆ

เปิดโลกภาพกากบนฝาผนังวัด
เมื่อก้าวเข้าสู่พระอุโบสถหรือวิหารในวัดไทย สายตาของเรามักถูกดึงดูดด้วยจิตรกรรมฝาผนังที่บอกเล่าเรื่องราวพุทธประวัติอันวิจิตรตระการตา แต่หากเราลองสังเกตตามมุมซอกหลืบด้านล่างของภาพ จะพบกับโลกของ "ภาพกาก" ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ช่างวาดในอดีตได้แอบสอดแทรกวิถีชีวิต อารมณ์ขัน และความหลากหลายทางเพศไว้อย่างเปิดเผย
บทความเรื่องภาพกากกับการเสพสังวาสบนจิตรกรรมฝาผนังไทยจากแพลตฟอร์ม Blockdit ระบุว่า ภาพการร่วมเพศหรืออากัปกิริยาเชิงสังวาสต่างๆ เป็นภาพกากรูปแบบหนึ่งที่เกิดจากสุนทรียภาพของช่างผู้วาด สิ่งเหล่านี้ถูกวาดสอดแทรกเข้าไปนอกเหนือจากโครงเรื่องหลัก เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและความเป็นไปของมนุษย์
ภาพการร่วมเพศในภาพกากนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงเท่านั้น แต่ยังปรากฏภาพผู้ชายกับผู้ชาย และที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือภาพของผู้หญิงกับผู้หญิง หรือ การเล่นเพื่อน ซึ่งบรรพบุรุษคนไทยได้แต่งแต้มสิ่งเหล่านี้ลงในจิตรกรรมฝาผนังมาอย่างช้านาน
หลักฐานการเล่นเพื่อนในหน้าประวัติศาสตร์

ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย คำว่าการเล่นเพื่อนเป็นศัพท์ที่ใช้เรียกความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างผู้หญิงด้วยกัน โดยเฉพาะในเขตพระราชฐานหรือในหมู่ชาววังที่เป็นสังคมสตรีล้วน การแสดงออกถึงความสัมพันธ์นี้ถูกถ่ายทอดและบันทึกไว้ในรูปแบบของงานศิลปะอย่างชัดเจน
ข้อมูลจากวิทยานิพนธ์หัวข้อเชิงสังวาสของเพศเดียวกัน ในจิตรกรรมฝาผนังแบบแผนประเพณีไทย โดยคุณวราภรณ์ วิชญรัฐ ระบุว่า ภาพเชิงสังวาสของเพศเดียวกันในไทยนั้นถูกพบในวัดสำคัญหลายแห่ง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เช่น พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ วัดสุวรรณาราม วัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี รวมถึงวัดทางภาคเหนืออย่างวัดพระสิงห์ และวัดบวกครกหลวง จังหวัดเชียงใหม่
นอกจากนี้ เอกสารวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์และมานุษยวิทยาของศิลปะอีโรติก ยังชี้ให้เห็นว่าในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ภาพกากเหล่านี้มักแสดงพฤติกรรมทางเพศที่ตรงไปตรงมา มีทั้งฉากการร่วมรัก การหยอกล้อ และการแสดงออกถึงการเล่นเพื่อน โดยเฉพาะในฉากก่อนออกมหาภิเนษกรมณ์ ที่ช่างเขียนวาดภาพเหล่านางสนมในอิริยาบถกอดก่ายพัวพันกัน

เหตุใดจึงวาดเรื่องเพศในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์?
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า เหตุใดเรื่องที่ดูเหมือนจะขัดต่อศีลธรรมจึงไปปรากฏอยู่บนฝาผนังวัดได้ คำตอบคือในบริบทของสังคมไทยดั้งเดิมก่อนการรับอิทธิพลจากชาติตะวันตก เรื่องเพศหรือเซ็กซ์ถูกมองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตปกติ
ช่างเขียนจงใจนำวิถีชีวิตจริงของกิเลสตัณหาทางโลกมาเปรียบเทียบกับโลกแห่งธรรม เพื่อชี้ให้เห็นถึงความวุ่นวายของกามคุณ อันเป็นเหตุให้เจ้าชายสิทธัตถะเกิดความเบื่อหน่ายและเสด็จออกผนวช นอกจากนี้ยังเป็นกุศโลบายที่ช่วยเสริมให้ผู้ชมได้ตระหนักและบรรลุถึงหลักธรรมในการละทิ้งกิเลส
ภาพกากที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่างๆ ของจิตรกรรมฝาผนัง จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่งานศิลปะที่สร้างรอยยิ้ม แต่ยังเป็นจดหมายเหตุทางสายตาชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่า ความรักระหว่างเพศเดียวกันอย่างการเล่นเพื่อน ไม่ใช่วัฒนธรรมที่เพิ่งเกิดใหม่ หากแต่หยั่งรากลึกและดำรงอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
