ครม.ไฟเขียว! สั่งทุกหน่วยงานรัฐ WFH ทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบการให้บริการ

ครม.ไฟเขียว! สั่งทุกหน่วยงานรัฐ WFH ทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบการให้บริการ

ครม.ไฟเขียว! สั่งทุกหน่วยงานรัฐ WFH ทันที ในส่วนงานที่ไม่กระทบการให้บริการ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

รัฐบาลสั่งราชการ-รัฐวิสาหกิจ Work From Home ทันที รับมือวิกฤตพลังงานโลก หากสถานการณ์รุนแรงอาจสั่งหรี่ไฟป้ายหลัง 4 ทุ่ม

รัฐบาลออกมาตรการเร่งด่วนให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ Work From Home ในส่วนงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชน เพื่อรับมือความเสี่ยงด้านพลังงานจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและพลังงานโลก มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายลดการใช้พลังงานของภาครัฐและเตรียมความพร้อมหากเกิดวิกฤตพลังงาน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐดำเนินมาตรการทันที โดยให้ลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น เช่น การเดินทางไปศึกษาดูงานหรือการอบรมในต่างประเทศ และให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานมาใช้ระบบออนไลน์และการทำงานจากที่บ้านมากขึ้น

ตั้งศูนย์ติดตามพลังงาน รับมือความผันผวนตลาดโลก

รัฐบาลระบุว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของโลก เพราะภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลัก จึงทำให้ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกมีแนวโน้มผันผวนอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงพลังงานได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์พลังงาน Energy ICS เพื่อเฝ้าระวังและประเมินผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการรองรับในกรณีที่เกิดปัญหาด้านการจัดหาพลังงานในอนาคต

ไทยใช้น้ำมันวันละกว่า 124 ล้านลิตร

ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยประมาณ 124 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ข้อมูล ณ วันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองรวมประมาณ 8,055 ล้านลิตร

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะจากภูมิภาคตะวันออกกลาง จึงทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ดังกล่าวมีผลต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

มาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานรัฐ

เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ รัฐบาลได้เสนอแนวทางลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นต้นแบบให้กับภาคเอกชนและภาคประชาชน

มาตรการสำคัญประกอบด้วย

  • ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26–27 องศาเซลเซียส
  • ส่งเสริมการแต่งกายแบบเสื้อแขนสั้น งดใส่สูทและผูกเนกไท ยกเว้นงานพิธี
  • ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นภายในสำนักงาน
  • ใช้โหมด Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์ และปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งาน
  • ลดการใช้ลิฟต์ ส่งเสริมการใช้บันไดในระยะใกล้
  • ลดการใช้กระดาษและเครื่องถ่ายเอกสาร พร้อมส่งเสริมระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์
  • เพิ่มการประชุมออนไลน์และการทำงานแบบ Work From Home

ลดการใช้เชื้อเพลิงและส่งเสริมการเดินทางอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากมาตรการด้านไฟฟ้าแล้ว ภาครัฐยังมีแนวทางลดการใช้เชื้อเพลิง เช่น การตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ การขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม การใช้รถร่วมกัน หรือ Car Pool รวมถึงการวางแผนการเดินทางเพื่อลดการใช้พลังงาน

รัฐบาลยังมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ร่วมกับสื่อโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อออนไลน์ ช่วยรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันประหยัดพลังงานในช่วงสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงด้านพลังงานโลก

หากสถานการณ์รุนแรง อาจบังคับหรี่ไฟป้ายและจำกัดเวลาเปิดปั๊มน้ำมัน

หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงจนกระทบต่อการจัดหาพลังงานของประเทศ รัฐบาลอาจพิจารณามาตรการภาคบังคับเพิ่มเติม เช่น การให้ลดการใช้ไฟฟ้าสำหรับป้ายโฆษณา ป้ายร้านค้า หรือป้ายโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป

นอกจากนี้ อาจกำหนดเวลาการเปิดให้บริการสถานีบริการน้ำมันไม่เกินเวลา 22.00 น. โดยมีข้อยกเว้นสำหรับสถานีบริการน้ำมันที่ตั้งอยู่บนทางหลวงสายหลัก

ลดพลังงานเพียง 5% ประหยัดงบได้หลายล้านบาท

รัฐบาลประเมินว่า หากสามารถลดการใช้น้ำมันลงได้ประมาณ 5% จะช่วยลดการใช้น้ำมันได้ราว 330,000 ลิตรต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10.45 ล้านบาทต่อเดือน

ขณะเดียวกัน หากลดการใช้ไฟฟ้าได้ 5% จะช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ประมาณ 31 ล้านหน่วยต่อเดือน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ พร้อมทั้งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล