หมอมาเฉลยเอง! สับปะรดเปลี่ยนรสชาติของ "น้ำอสุจิ" ได้จริงไหม? : เช็กข่าวชัวร์

หมอมาเฉลยเอง! สับปะรดเปลี่ยนรสชาติของ "น้ำอสุจิ" ได้จริงไหม? : เช็กข่าวชัวร์

หมอมาเฉลยเอง! สับปะรดเปลี่ยนรสชาติของ "น้ำอสุจิ" ได้จริงไหม? : เช็กข่าวชัวร์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เช็กให้ชัด ข่าวลือ "สับปะรดช่วยเปลี่ยนรสชาติน้ำอสุจิ" เรื่องจริงหรือแค่ความเชื่อ?

ในโลกออนไลน์มักมีการแชร์ข้อมูลและหัวข้อสนทนาเกี่ยวกับเคล็ดลับการดูแลสุขภาพทางเพศ โดยเฉพาะประเด็นที่อ้างว่าการรับประทานสับปะรดหรือดื่มน้ำสับปะรดในปริมาณมาก สามารถช่วยเปลี่ยนรสชาติของน้ำอสุจิให้หวานขึ้นหรือลดความคาวลงได้ จนกลายเป็นกระแสที่ถูกส่งต่อและนำไปทดลองตามอย่างแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย

กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทางการแพทย์ร่วมกับรายงานจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทางเพศ เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปส่งผลต่อสารคัดหลั่งในร่างกายได้จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียง Fake News ที่สร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้ชายยุคใหม่ ที่มักจะมีการหยิบยกประเด็นนี้มาพูดถึงอีกครั้ง

คำถาม

การรับประทานสับปะรดสามารถเปลี่ยนรสชาติของน้ำอสุจิให้ดีขึ้นได้จริงหรือไม่ และมีปัจจัยอื่นใดที่ส่งผลต่อคุณภาพและรสชาติมากกว่าการกินผลไม้ชนิดนี้?

การตรวจสอบ

ข้อมูลจาก ดร.มาร์ค เพอเรรา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทางเพศ เปิดเผยว่า "เป็นเรื่องจริง แต่ส่งผลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น" โดยสับปะรดเป็นผลไม้ที่มีรสหวานและมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งอาจเข้าไปช่วยปรับสมดุลของน้ำอสุจิที่มีค่าเป็นด่าง (pH มากกว่า 7) ซึ่งตามธรรมชาติจะมีรสขมคล้ายน้ำเกลือหรือโลหะ ให้มีความหวานเจือปนเล็กน้อย

จากการตรวจสอบกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ น้ำอสุจิประกอบด้วยน้ำประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือคือตัวอสุจิเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ และส่วนประกอบของน้ำตาล วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ การรับประทานผลไม้รสหวาน เช่น กีวี่ บลูเบอร์รี่ พลัม หรือลูกพีช รวมถึงสมุนไพรอย่างอบเชยและสะระแหน่ อาจช่วยให้รสชาติดีขึ้นได้บ้าง

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ส่งผลลบต่อรสชาติอย่างรุนแรงคือการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และภาวะขาดน้ำ ซึ่งส่งผลต่อเคมีในร่างกายโดยตรง

ข้อเท็จจริง

ข้อสรุปคือ "ข้อมูลนี้มีมูลความจริงบางส่วนแต่ถูกทำให้ดูเกินจริง" การกินสับปะรดช่วยปรับรสชาติได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดในการปรับปรุงคุณภาพและรสชาติของน้ำอสุจิคือการดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ และการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอย่างบุหรี่และแอลกอฮอล์

อ้างอิง

  1. UNILAD
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล