น้ำเย็น หรือ น้ำอุ่น แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่า? กูรูเผยคำตอบที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

น้ำเย็น หรือ น้ำอุ่น แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่า? กูรูเผยคำตอบที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

น้ำเย็น หรือ น้ำอุ่น แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่า? กูรูเผยคำตอบที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"น้ำเย็น" หรือ "น้ำอุ่น" แบบไหนดีต่อสุขภาพกว่ากัน? เปิดข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง

หัวข้อที่เป็นที่ถกเถียงกันมานานในวงการคนรักสุขภาพคืออุณหภูมิของน้ำส่งผลต่อร่างกายอย่างไรกันแน่ แม้หลายคนจะเชื่อว่าน้ำเย็นช่วยเผาผลาญ หรือน้ำอุ่นช่วยดีท็อกซ์ แต่ในทางวิทยาศาสตร์นั้นมีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่านั้น โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าอุณหภูมิที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ "เป้าหมาย" ของแต่ละคนเป็นหลัก

น้ำเย็นช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ?

มีความเชื่อว่าการดื่มน้ำเย็นจัดจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญเพราะร่างกายต้องใช้พลังงานในการทำให้อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้นเท่ากับอุณหภูมิร่างกาย ทันย่า เฟรริช นักโภชนาการและผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเบาหวานระบุว่า จากการวิจัยพบว่าการดื่มน้ำเย็นช่วยเพิ่มการใช้พลังงานได้เพียงร้อยละ 2.9 ซึ่งถือว่าน้อยมากจนไม่มีนัยสำคัญต่อการลดน้ำหนักที่เห็นผลชัดเจน

  • คำแนะนำเพื่อการลดน้ำหนัก: โฟกัสที่ "ปริมาณ" สำคัญกว่า "อุณหภูมิ" การดื่มน้ำเพิ่มวันละ 1.5 ลิตร ช่วยลดความอยากอาหารและช่วยในกระบวนการผลิตพลังงานได้ดีกว่า
  • อุณหภูมิที่เหมาะกับการออกกำลังกาย: สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายในที่ร้อนชื้น อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดคือประมาณ 16 องศาเซลเซียส (เย็นแต่ไม่เย็นจัด) เพราะช่วยดับกระหายได้ดีและร่างกายเสียเหงื่อน้อยที่สุด

น้ำอุ่นกับระบบย่อยอาหารและความผ่อนคลาย

การเลือกดื่มน้ำอุ่นมีข้อดีในด้านการกระตุ้นระบบการทำงานภายในร่างกาย โดยงานวิจัยพบว่าเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิสูงจะช่วยให้กระเพาะอาหารขับของเสียได้เร็วขึ้น หรือเป็นการ "ปลุก" ลำไส้ให้เริ่มทำงาน นอกจากนี้ยังมีผลดีต่อสภาพจิตใจ โดยการศึกษาพบว่าเครื่องดื่มร้อนช่วยลดระดับคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) และช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายได้มากกว่าหลังเผชิญกับภารกิจที่เคร่งเครียด

Engin Akyurt

ข้อควรระวังสำหรับผู้มีปัญหาสุขภาพ

แม้คนทั่วไปจะดื่มน้ำได้ทุกอุณหภูมิ แต่สำหรับกลุ่มบุคคลที่มีปัญหาสุขภาพเฉพาะทางควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ผู้ที่มีปัญหาด้านการกลืน หรือผู้ที่เป็นโรคไมเกรน น้ำที่เย็นจัดอาจไปกระตุ้นเส้นประสาทจนทำให้ปวดหัวรุนแรง (Brain Freeze) รวมถึงผู้ป่วยโรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ที่อาจรู้สึกไม่สบายท้องหากดื่มเครื่องดื่มเย็นจัดเกินไป

สรุปอุณหภูมิที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

ผู้เชี่ยวชาญสรุปว่า อุณหภูมิน้ำที่ดีที่สุดคือ "อุณหภูมิที่คุณดื่มแล้วสบายใจและทำให้ดื่มได้บ่อยที่สุด" เพราะหัวใจสำคัญคือการรักษาความชุ่มชื้นให้ร่างกายอย่างเพียงพอ โดยเฉลี่ยคือ 7-8 แก้วต่อวัน ไม่ว่าน้ำนั้นจะเป็นน้ำเย็น น้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิห้อง หากทำให้คุณดื่มน้ำได้ถึงเกณฑ์ที่ร่างกายต้องการก็นับว่าดีต่อสุขภาพทั้งสิ้น

  1. New York Post
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล