5 ประเทศ "ตีแตกยากที่สุด" หากเกิดสงครามโลก ศัตรูไม่อยากบุก เหตุผลไม่ใช่แค่กองทัพ!!

5 ประเทศ "ตีแตกยากที่สุด" หากเกิดสงครามโลก ศัตรูไม่อยากบุก เหตุผลไม่ใช่แค่กองทัพ!!

5 ประเทศ "ตีแตกยากที่สุด" หากเกิดสงครามโลก ศัตรูไม่อยากบุก เหตุผลไม่ใช่แค่กองทัพ!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วิเคราะห์ 5 ประเทศที่ "ยึดครองยากที่สุด" หากเกิดสงครามใหญ่ เปิดเหตุผลจากภูมิประเทศ ระยะทาง และประวัติศาสตร์การรบ

คอนเทนต์แนว ประเทศที่ยึดครองยากที่สุด มักถูกพูดถึงทุกครั้งเมื่อโลกเผชิญความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่ต้องอธิบายให้ชัดว่าไม่มี “ดัชนีทางการ” ระดับโลกที่จัดอันดับเรื่องนี้แบบตายตัว บทความนี้จึงใช้วิธีคัดเลือกเชิงวิเคราะห์จากปัจจัยที่ตรวจสอบได้จริง เช่น ขนาดประเทศ ภูมิประเทศ ความห่างไกลจากคู่สงคราม และบทเรียนจากสงครามในอดีต เป้าหมายไม่ใช่ทำนายผลสงคราม แต่เพื่ออธิบายว่าทำไมบางประเทศจึงถูกมองว่าเข้ายึดครองได้ยากกว่าประเทศอื่น

1) รัสเซีย

รัสเซียถูกพูดถึงแทบทุกครั้งในหัวข้อประเทศที่ยึดครองยาก เพราะเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก และทอดยาวข้าม 11 เขตเวลา ขนาดประเทศที่มหาศาลทำให้ผู้รุกรานต้องแบกรับต้นทุนด้านเสบียง การลำเลียงกำลังพล และการคุมพื้นที่เป็นเวลานาน ในทางประวัติศาสตร์ ทั้งการบุกของนโปเลียนในปี 1812 และการรุกรานสหภาพโซเวียตของเยอรมนีในปี 1941 ต่างถูกยกเป็นตัวอย่างว่าการรบลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียสามารถกลายเป็นภาระหนักของฝ่ายบุกได้ 

2) สวิตเซอร์แลนด์

แม้สวิตเซอร์แลนด์จะเป็นประเทศขนาดไม่ใหญ่ แต่ภูมิประเทศกลับเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก เพราะเทือกเขาแอลป์ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ภูเขาสูง ช่องเขาแคบ และเส้นทางผ่านภูเขาที่จำกัด ทำให้การเคลื่อนกำลังรบขนาดใหญ่ทำได้ยาก และเพิ่มความได้เปรียบให้ฝ่ายตั้งรับ ด้วยเหตุนี้ สวิตเซอร์แลนด์จึงมักถูกมองว่าเป็นประเทศที่ “ตีแตกยาก” มากกว่าจะเป็นเป้าหมายที่ยึดได้ง่ายในสงครามภาคพื้นดิน

3) อัฟกานิสถาน

อัฟกานิสถานเป็นอีกประเทศที่นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงมักยกขึ้นมาเสมอ เพราะภูมิประเทศเต็มไปด้วยเทือกเขา หุบเขาแคบ และพื้นที่สูงชันจำนวนมาก สารานุกรม Britannica ระบุว่าพื้นที่ตอนกลางของประเทศเป็นเขตภูเขาสูง มีหุบเขาแคบลึก และยอดเขาหลายแห่งสูงกว่า 6,400 เมตร ขณะที่ข้อมูลลักษณะประเทศก็ชี้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาขรุขระ ภูมิประเทศแบบนี้ทำให้การควบคุมพื้นที่อย่างต่อเนื่องทำได้ยาก และเป็นสาเหตุสำคัญที่อัฟกานิสถานถูกมองว่าเป็นหนึ่งในดินแดนที่ยึดครองระยะยาวได้ยากมาก

4) ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นมีความได้เปรียบจากการเป็นประเทศหมู่เกาะ และยังมีภูมิประเทศที่เป็นภูเขามากกว่า สี่ในห้า ของพื้นที่ทั้งหมด นั่นหมายความว่าหากเกิดสงคราม ผู้รุกรานไม่เพียงต้องข้ามทะเลเพื่อเข้าถึงแผ่นดินญี่ปุ่น แต่ยังต้องรับมือกับพื้นที่ภายในประเทศที่ขรุขระและไม่เอื้อต่อการคุมพื้นที่อย่างรวดเร็ว ในสงครามโลกครั้งที่สอง ความสูญเสียอย่างหนักที่โอกินาวาทำให้นักวางแผนอเมริกันประเมินอย่างระมัดระวังว่า หากบุกแผ่นดินญี่ปุ่นจริง สหรัฐอาจต้องเผชิญความสูญเสียสูงถึง 225,000 นาย 

5) นิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์อาจไม่ใช่มหาอำนาจทางทหาร แต่จุดแข็งสำคัญคือความห่างไกลอย่างมากจากศูนย์กลางความขัดแย้งหลักของโลก Britannica อธิบายว่านิวซีแลนด์เป็นดินแดนที่ห่างไกล และตั้งอยู่มากกว่า 1,600 กิโลเมตรจากออสเตรเลียซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุด เมื่อรวมกับการเป็นประเทศเกาะ การส่งกำลังข้ามทะเล การตั้งฐานส่งกำลังบำรุง และการรักษาการยึดครองระยะยาวจึงมีต้นทุนสูงมาก ทำให้นิวซีแลนด์มักติดในลิสต์ประเทศที่เข้ายึดครองได้ยากในเชิงภูมิศาสตร์

ทำไมบางประเทศถึงยึดครองยาก

เมื่อดูจากตัวอย่างทั้ง 5 ประเทศจะเห็นว่า ปัจจัยที่ทำให้ประเทศหนึ่ง “ยึดครองยาก” ไม่ได้มีแค่กำลังทหาร แต่รวมถึงขนาดประเทศ แนวภูเขา การเป็นเกาะ และระยะทางจากคู่สงครามด้วย ประเทศที่มีพื้นที่กว้างมากหรือมีภูมิประเทศซับซ้อน มักทำให้ฝ่ายรุกรานเสียเปรียบทั้งเรื่องเวลา เสบียง และการคุมพื้นที่หลังเข้ายึด ดังนั้นหากพูดถึง ประเทศที่ยึดครองยากที่สุด ในเชิงวิเคราะห์ รัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ อัฟกานิสถาน ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ คือรายชื่อที่มีเหตุผลรองรับจากข้อมูลภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ค่อนข้างชัดเจน

 หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการเรียบเรียงเชิงวิเคราะห์จากข้อมูลภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ ไม่ใช่อันดับทางการจากองค์กรระหว่างประเทศ

ขอบคุณข้อมูล

  1. Britannica - Russia
  2. Britannica - Switzerland
  3. Britannica - List of the world's largest countries
  4. Britannica - Eastern Front (World War II)
  5. Britannica - Battle of Stalingrad
  6. About Switzerland - The Alps
  7. CIA World Factbook Archive - Switzerland
  8. Britannica - Afghanistan
  9. Britannica - Central Highlands (Afghanistan)
  10. Britannica - Japan
  11. Britannica - Battle of Okinawa
  12. Britannica - New Zealand

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล