15 ประเทศที่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น “นางสาว” ได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดแปลงเพศ

15 ประเทศที่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น “นางสาว” ได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดแปลงเพศ

15 ประเทศที่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น “นางสาว” ได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดแปลงเพศ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ในหลายประเทศทั่วโลก แนวคิดเรื่องเพศสภาพ (Gender Identity) ได้รับการยอมรับมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้กฎหมายเกี่ยวกับการระบุเพศในเอกสารราชการเริ่มเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

หนึ่งในแนวทางที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือระบบที่เรียกว่า Self-ID (Self-determination) หรือการให้บุคคลสามารถกำหนดเพศสภาพของตนเองได้ผ่านการยื่นคำร้องต่อรัฐ โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนทางการแพทย์

afp__20170629__q18dz__v1__mid

ระบบดังกล่าวถือเป็นแนวทางที่ก้าวหน้าที่สุดในปัจจุบัน เพราะเปิดโอกาสให้บุคคลสามารถเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อหรือสถานะเพศในเอกสารทางกฎหมายได้ โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดแปลงเพศ ไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ และไม่ต้องผ่านการประเมินจากจิตแพทย์ เพียงแค่แสดงเจตจำนงต่อหน่วยงานของรัฐตามกระบวนการที่กำหนด

ปัจจุบันมีหลายประเทศที่นำระบบ Self-ID มาใช้แล้ว ทำให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนเพศในเอกสารราชการ เช่น คำนำหน้าชื่อ “นางสาว” ได้ตามเพศสภาพของตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาการผ่าตัดหรือหลักฐานทางการแพทย์ เช่น 15 ประเทศต่อไปนี้

1. อาร์เจนตินา

อาร์เจนตินาถือเป็นประเทศแรก ๆ ของโลกที่ออกกฎหมายรับรองการระบุเพศตามอัตลักษณ์ของตนเองตั้งแต่ปี 2012 โดยประชาชนสามารถเปลี่ยนเพศในเอกสารราชการได้ด้วยการยื่นคำร้องเท่านั้น

2. เดนมาร์ก

เดนมาร์กอนุญาตให้ประชาชนเปลี่ยนเพศตามกฎหมายได้ผ่านระบบ Self-ID โดยมีช่วงเวลายืนยันความประสงค์ ก่อนจะสามารถแก้ไขข้อมูลเพศในเอกสารราชการได้

3. เยอรมนี

เยอรมนีได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิของคนข้ามเพศที่ก้าวหน้าที่สุดในยุโรป โดยใช้ระบบ Self-determination อย่างเต็มรูปแบบ

afp__20190803__1ja8rb__v1__mi

4. ไอร์แลนด์

กฎหมาย Gender Recognition Act เปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่สามารถเปลี่ยนเพศในเอกสารราชการได้ด้วยการยื่นคำร้องโดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัดหรือการวินิจฉัยทางการแพทย์

5. นอร์เวย์

นอร์เวย์อนุญาตให้ประชาชนเปลี่ยนเพศตามกฎหมายได้ด้วยการแสดงเจตจำนง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการรักษาทางการแพทย์

6. เบลเยียม

เบลเยียมปรับกฎหมายให้สามารถเปลี่ยนเพศในเอกสารราชการได้โดยไม่ต้องผ่าตัดแปลงเพศ และไม่ต้องมีใบรับรองจากแพทย์

7. โปรตุเกส

โปรตุเกสออกกฎหมายที่อนุญาตให้บุคคลสามารถแก้ไขข้อมูลเพศและชื่อในเอกสารราชการได้ตามเพศสภาพของตนเอง

afp__20180616__1629iw__v1__mi

8. ลักเซมเบิร์ก

ลักเซมเบิร์กใช้ระบบ Self-ID เช่นกัน โดยผู้ยื่นคำร้องสามารถเปลี่ยนเพศในเอกสารทางกฎหมายได้ผ่านกระบวนการทางปกครอง

9. สเปน

สเปนผ่านกฎหมายที่เปิดทางให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนเพศตามกฎหมายได้โดยไม่ต้องมีการผ่าตัดหรือการวินิจฉัยทางจิตเวช

10. โคลอมเบีย

โคลอมเบียได้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้การเปลี่ยนเพศในเอกสารราชการทำได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศ

11. บราซิล

บราซิลมีกฎหมายที่ยอมรับการกำหนดเพศตามอัตลักษณ์ของบุคคล และเปิดโอกาสให้เปลี่ยนข้อมูลเพศในทะเบียนราษฎรได้

afp__20200307__1po5q5__v1__mi

12. ฟินแลนด์

ฟินแลนด์ปรับกฎหมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพื่อยกเลิกเงื่อนไขด้านการแพทย์ในการเปลี่ยนเพศตามกฎหมาย

13. นิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์เปิดโอกาสให้ประชาชนแก้ไขข้อมูลเพศในสูติบัตรหรือเอกสารราชการได้ผ่านระบบ Self-identification

14. อุรุกวัย

อุรุกวัยมีกฎหมายที่รับรองสิทธิของบุคคลในการกำหนดเพศสภาพของตนเอง และสามารถเปลี่ยนเพศในเอกสารราชการได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

15. ชิลี

ชิลีมีกฎหมาย Gender Identity Law ที่อนุญาตให้ประชาชนเปลี่ยนเพศตามกฎหมายได้ผ่านการยื่นคำร้องต่อหน่วยงานรัฐ

afp__20180912__1920gc__v2__mi

บทสรุป

แนวคิด Self-ID หรือ Self-determination กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในหลายประเทศ เพราะมองว่าเป็นแนวทางที่เคารพสิทธิและอัตลักษณ์ของบุคคลมากที่สุด

การเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเปลี่ยนเพศหรือคำนำหน้าชื่อในเอกสารราชการได้โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือผ่านกระบวนการทางการแพทย์ ถือเป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญของกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชนในยุคปัจจุบัน

แม้แต่ละประเทศจะมีรายละเอียดของขั้นตอนแตกต่างกันไป แต่แนวโน้มทั่วโลกกำลังมุ่งไปสู่การให้บุคคลสามารถกำหนดเพศสภาพของตนเองได้มากขึ้น ผ่านระบบ Self-ID ที่เน้นการเคารพเจตจำนงของเจ้าตัวเป็นหลัก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล