5 วิธีเช็กแอร์ที่บ้านด้วยตัวเองง่ายๆ ไม่ต้องง้อช่าง พร้อมรับมือหน้าร้อนนี้

เมื่ออุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นในช่วงหน้าร้อน “เครื่องปรับอากาศ” กลายเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญที่สุดในบ้านไปโดยปริยาย
แต่หลายคนมักรอจนแอร์ไม่เย็นหรือมีปัญหาจึงค่อยเรียกช่าง ทั้งที่จริงแล้วเราสามารถตรวจเช็กอาการเบื้องต้นได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ใช้เวลาไม่นาน และอาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้ไม่น้อย
พื้นที่ตรงนี้เรารวม 5 วิธีตรวจสอบแอร์เบื้องต้นที่ทำได้เองอย่างปลอดภัย ลองทำเองได้ทันที

1) เช็กแผ่นกรองอากาศ (แผ่นฟิลเตอร์)
สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้แอร์ไม่เย็นคือ “แผ่นกรองอากาศสกปรก” ฝุ่นที่สะสมจะขวางทางลม ทำให้ลมออกเบาและคอมเพรสเซอร์ทำงานหนักกว่าปกติ
วิธีเช็ก: เปิดหน้ากากเครื่อง ถอดแผ่นกรองออกมาดู หากมีฝุ่นเกาะหนาแน่น ควรล้างด้วยน้ำสะอาดและผึ่งให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับ แนะนำทำความสะอาดทุก 2–4 สัปดาห์ในช่วงหน้าร้อน
2) สังเกตแรงลมและอุณหภูมิ
ลองเปิดแอร์ที่อุณหภูมิประมาณ 25 องศาเซลเซียส แล้วใช้มืออังลมบริเวณช่องลม
สิ่งที่ควรสังเกต:
-
ลมควรแรงสม่ำเสมอ
-
อากาศที่ออกมาควรเย็นภายใน 10–15 นาที
หากลมอ่อนหรือไม่ค่อยเย็น อาจเกิดจากฟิลเตอร์ตัน น้ำยาแอร์พร่อง หรือคอยล์สกปรก
3) ตรวจดูน้ำหยดหรือกลิ่นผิดปกติ
ถ้ามีน้ำหยดจากตัวเครื่องด้านในห้อง อาจเกิดจากท่อน้ำทิ้งอุดตัน ทำให้น้ำระบายไม่ทัน
ส่วนกลิ่นอับหรือกลิ่นเหม็นเปรี้ยว มักเกิดจากเชื้อราและแบคทีเรียสะสมในถาดรองน้ำหรือคอยล์เย็น การล้างฟิลเตอร์ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้ากลิ่นแรงมากควรพิจารณาล้างแอร์ใหญ่
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
4) ฟังเสียงการทำงานของเครื่อง
แอร์ที่ปกติจะมีเสียงลมและเสียงคอมเพรสเซอร์เบาๆ สม่ำเสมอ หากได้ยินเสียงดังผิดปกติ เช่น เสียงครืด เสียงสั่นแรง หรือเสียงโลหะกระทบกัน อาจมีชิ้นส่วนหลวม หรือพัดลมมีสิ่งกีดขวาง
การปิดเครื่องแล้วตรวจดูภายนอกเบื้องต้นสามารถทำได้ แต่หากเป็นเสียงจากชุดคอมเพรสเซอร์ภายนอกบ้าน ควรให้ช่างตรวจสอบ
5) เช็กคอยล์ร้อนด้านนอกบ้าน
คอยล์ร้อน (ชุดภายนอก) ต้องมีพื้นที่ระบายอากาศดี ไม่มีสิ่งของวางปิดกั้น และไม่มีเศษใบไม้หรือฝุ่นอุดตันแผงระบายความร้อน
ลองสังเกตว่าพัดลมหมุนปกติหรือไม่ และมีลมร้อนระบายออกหรือเปล่า หากพัดลมไม่หมุนหรือเครื่องตัดบ่อย อาจเสี่ยงต่อความเสียหายของระบบไฟฟ้า
เคล็ดลับรับมือหน้าร้อนให้แอร์ทำงานเต็มประสิทธิภาพ
-
ตั้งอุณหภูมิ 25–26 องศาเซลเซียส ช่วยประหยัดไฟ
-
ปิดประตูหน้าต่างให้สนิท ลดความร้อนจากภายนอก
-
หลีกเลี่ยงการเปิด–ปิดแอร์บ่อยครั้ง
-
ล้างแอร์ใหญ่โดยช่างผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยปีละ 1–2 ครั้ง
บทสรุป
การดูแลแอร์ไม่ใช่เรื่องยาก และไม่จำเป็นต้องรอให้เสียก่อนค่อยแก้ไข เพียงหมั่นตรวจเช็กฟิลเตอร์ สังเกตแรงลม เสียง กลิ่น และสภาพคอยล์ร้อน ก็ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดค่าไฟในช่วงหน้าร้อนได้อย่างมาก
อย่างไรก็ตาม หากพบอาการผิดปกติรุนแรง เช่น ไม่เย็นเลย มีเสียงดังมาก หรือไฟตัดบ่อย ควรเรียกช่างมืออาชีพมาตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายที่ลุกลาม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

