เรื่องนี้มีที่มา! สื่อดังวิเคราะห์เหตุผลที่ "จีน" ไม่ยื่นมือช่วย "อิหร่าน" รบ "สหรัฐฯ-อิสราเอล"

สื่อระดับนานาชาติวิเคราะห์ประเด็นร้อนว่า เหตุใด "จีน" จึงยังไม่ขยับบทบาททางทหารเพื่อช่วยเหลือ "อิหร่าน" ภายหลังเกิดการโจมตีจาก สหรัฐฯ และ อิสราเอล ทั้งที่ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง
Forbes (ฟอร์บส์) สื่อดังของสหรัฐอเมริกา เผยบทวิเคราะห์ตั้งคำถามถึงท่าทีของปักกิ่ง โดยเฉพาะหลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของโลก ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยิ่งทำให้สถานการณ์ในคาบสมุทรอาหรับตึงเครียด และส่งแรงกระเพื่อมต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกทันที เพราะเส้นทางนี้เป็นทางผ่านหลักของการขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตลาดพลังงาน แต่ยังสะเทือนถึงจีนโดยตรง เนื่องจากจีนต้องพึ่งพาน้ำมันที่ลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัดส่วนราว 37 เปอร์เซ็นต์ ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ปักกิ่งมีแรงจูงใจเพียงพอที่จะเข้ามามีบทบาทมากกว่าการแสดงความกังวลทางการทูต เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของตนและรักษาพันธมิตรอย่างเตหะราน

อย่างไรก็ตาม แม้จีนและอิหร่านจะมีข้อตกลงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว ท่าทีของจีนกลับจำกัดอยู่เพียงการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิง และผลักดันให้กลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา พร้อมยืนยันว่าจะสนับสนุนเสถียรภาพในภูมิภาค ซึ่งถ้อยแถลงดังกล่าวถูกมองว่าเป็นจุดยืนที่ระมัดระวังอย่างยิ่ง
มุมมองของปักกิ่งยังสะท้อนความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับวอชิงตัน รวมถึงความสัมพันธ์กับเตหะรานเอง นักวิเคราะห์เห็นว่าจีนให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากกว่าการเผชิญหน้า โดยไม่มีสัญญาณว่าพร้อมใช้กำลังทางทหารเพื่อปกป้องอิหร่าน แม้จะมีผลประโยชน์ด้านพลังงานเข้ามาเกี่ยวข้องก็ตาม
คำแถลงของ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ถูกมองว่าเต็มไปด้วยถ้อยคำทางการทูตมากกว่าการส่งสัญญาณเชิงปฏิบัติการ ไม่มีท่าทีที่จะเข้าแทรกแซงโดยตรงในความขัดแย้งที่กำลังปะทุ

Forbes ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ความลังเลของจีนอาจสะท้อนข้อจำกัดด้านขีดความสามารถทางทหารที่แท้จริง เนื่องจากระบบป้องกันภัยทางอากาศที่อิหร่านใช้งาน ซึ่งมีเทคโนโลยีจากจีน ถูกทำลายตั้งแต่ช่วงต้นของการโจมตีโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล
ยิ่งไปกว่านั้น ระบบที่จีนส่งมอบให้อิหร่านไม่ได้เป็นรุ่นที่มีสมรรถนะสูงสุด ทำให้ไม่อาจต้านทานอาวุธที่ล้ำหน้ากว่าของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างมีประสิทธิภาพ สถานการณ์นี้จึงก่อคำถามถึงคุณภาพยุทโธปกรณ์ และภาพลักษณ์ด้านการทหารของจีนในเวทีโลก
บทวิเคราะห์สรุปว่า หากจีนตัดสินใจเข้าไปมีส่วนร่วมทางทหารโดยตรง แล้วอุปกรณ์ของตนแสดงจุดอ่อนต่อหน้าสายตานานาชาติ ย่อมกระทบต่อความน่าเชื่อถือของกองทัพจีนเอง และอาจส่งผลต่อยุทธศาสตร์ระยะยาว โดยเฉพาะในกรณีที่ปักกิ่งต้องการแสดงศักยภาพหากเกิดสถานการณ์เกี่ยวกับไต้หวันในอนาคต
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี