คดีคาร์บอมบ์ไทยปี 37 ที่พี่วินคือฮีโร่ แต่สุดท้าย "ยกฟ้อง" คนอิหร่าน และไม่มีใครถูกลงโทษ?

ย้อนรอย "รถบรรทุกมหาประลัย 2537": เมื่ออุบัติเหตุบนถนน ช่วยกรุงเทพฯ ให้รอดพ้นวินาศกรรม
หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2537 ประเทศไทยเกือบต้องจารึกชื่อในประวัติศาสตร์โลกว่าเป็นพื้นที่เกิดการก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ เมื่อรถบรรทุก 6 ล้อคันหนึ่งที่บรรจุระเบิดเต็มอัตราศึก มุ่งหน้าหวังทำลาย สถานทูตอิสราเอล แต่แผนการทั้งหมดกลับล่มสลายลงที่ แยกชิดลม
1. จุดเริ่มต้นจาก "อุบัติเหตุ" และ "ความตงฉินของพี่วิน"
เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อรถบรรทุก 6 ล้อคันนี้ ขับไปเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์รับจ้างแถวแยกชิดลม คนขับรถบรรทุกพยายามจะขับหนีแต่ทำไม่ได้เพราะรถติดหนัก พี่วินมอเตอร์ไซค์จึงตามไปเอาเรื่องถึงที่ คนขับพยายามยัดเงินเพื่อขอให้จบเรื่อง แต่พี่วินไม่ยอมรับและเรียกตำรวจให้มาเคลียร์ เมื่อเห็นท่าไม่ดีคนขับรถบรรทุกจึงตัดสินใจทิ้งรถและวิ่งหนีหายไปในฝูงชน
2. ขุมพลังทำลายล้าง "รัศมี 7 กิโลเมตร"
หลังรถถูกลากไปเก็บไว้ที่ สน.ลุมพินี นานถึง 1 สัปดาห์ เจ้าหน้าที่เพิ่งสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติจนต้องประสานหน่วย EOD เข้าตรวจสอบ และเมื่อเปิดถังน้ำหลังรถออก ทุกคนถึงกับช็อกเมื่อพบกับ:
-
ระเบิด C4: อัดแน่นในขวดน้ำอัดลมขนาด 2 ลิตร 2 ลูก และดินระเบิดอื่นอีก 5 ลูก
-
ปุ๋ยยูเรีย: จำนวนมหาศาลที่ใช้เป็นสารเพิ่มแรงอัด รวมน้ำหนักวัตถุระเบิดถึง 1 ตัน
-
อานุภาพ: ประเมินว่ามีรัศมีทำลายล้างไกลถึง 7 กิโลเมตร หากระเบิดขึ้นจริง ย่านธุรกิจชิดลมและลุมพินีจะราบเป็นหน้ากลองในพริบตา
3. ศพปริศนาในแท็งก์น้ำ
สิ่งที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าคือ เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการกู้ระเบิดและตัดแท็งก์น้ำออก กลับพบ ศพชายนิรนาม ถูกห่อด้วยถุงปุ๋ยซุกซ่อนอยู่ภายใน ภายหลังสืบทราบว่าเป็นคนขับรถตัวจริงที่ถูกฆ่าชิงรถมา เพื่อใช้ในการก่อเหตุและหวังจะให้ระเบิดทำลายศพไปพร้อมกัน
4. ผู้ต้องสงสัยชาวอิหร่าน และบทสรุปที่ "ปล่อยตัว"
คดีนี้กลายเป็นประเด็นระดับโลกทันที ทางการไทยจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวอิหร่านได้ 3 ราย ตามการชี้เป้าและหาข้อมูลจากหลายหน่วยงาน แต่ในชั้นศาลกลับมีบทสรุปที่หลายคนอาจไม่เคยรู้:
-
พยานปากเอก: พี่วินมอเตอร์ไซค์ที่เห็นเหตุการณ์ ยืนยันว่าหน้าตาและรูปร่างของผู้ต้องสงสัย "ไม่ตรง" กับคนที่เขาเห็นในวันเกิดเหตุ
-
ศาลตัดสิน: ยกฟ้องและปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 ราย เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเอาผิดได้
มุมมองในปัจจุบัน: ความโกรธแค้นที่เพิ่งถูกจุดประกาย?
ตามความเห็นของ อ.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงปี 2537 แม้จะเป็นข่าวใหญ่แต่กระแสสังคมไทยไม่ได้มีความโกรธแค้นอิหร่านรุนแรงเท่าปัจจุบัน อาจเป็นเพราะเหตุการณ์นั้น "ระเบิดไม่ทำงาน" จึงไม่มีการสูญเสียเกิดขึ้นจริง แตกต่างจากกรณีระเบิดพระพรหมเอราวัณ
การหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดถึงอีกครั้งในปัจจุบัน มักเต็มไปด้วยอารมณ์จากสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป จนหลายคนอาจลืมไปว่าในทางกฎหมายตอนนั้น "ไม่มีการลงโทษผู้กระทำผิด" และคดีนี้ยังคงเป็นปริศนาที่ทิ้งร่องรอยไว้ในประวัติศาสตร์ไทยว่า "ใคร" คือผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริง
- หลังสังหารผู้นำอิหร่าน ผุดรูป "ศพใต้ซากปรักหักพัง" ว่อนเน็ต ความจริงคืออะไร? : เช็กข่าวชัวร์
- เปิด 7 เรื่องลับ "อิหร่าน" ที่โลกไม่เคยบอก! ตั้งแต่ขุมทองคำแดง ถึงปฏิทินย้อนยุคปี 1404
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

