แยกให้ออก "เมา" หรือ "สโตรก" รู้ความแตกต่าง เพื่อไม่ให้พลาดเวลาทองในการรักษา

แยกให้ออก "เมา" หรือ "สโตรก" รู้ความแตกต่าง เพื่อไม่ให้พลาดเวลาทองในการรักษา

แยกให้ออก "เมา" หรือ "สโตรก" รู้ความแตกต่าง เพื่อไม่ให้พลาดเวลาทองในการรักษา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

แยกให้ออก "คนเมา" หรือ "ผู้ป่วยสโตรก" สังเกตความแตกต่าง เพื่อไม่ให้พลาดเวลาทองในการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง

จากข่าวการช่วยเหลือผู้ป่วย "โรคหลอดเลือดสมอง" ล่าช้า เนื่องจากคนรอบข้างเข้าใจผิดว่าผู้ป่วยเพียงแค่ "เมาสุรา" เพราะอาการทางกายภาพหลายอย่างมีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจผิดนี้อาจนำไปสู่ความสูญเสียถาวรหรือเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ข้อมูลจาก นายแพทย์ประชา กัญญาประสิทธิ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางศัลยกรรมระบบประสาท และหลอดเลือดสมอง เจ้าของเพจ หมอประชาผ่าตัดสมอง ระบุว่า อาการทางระบบประสาทที่เกิดจากภาวะหลอดเลือดสมองตีบ แตก หรือตัน (Stroke) และอาการเป็นพิษจากแอลกอฮอล์นั้นมีจุดที่แตกต่างกัน ซึ่งหากสามารถคัดกรองเบื้องต้นได้รวดเร็ว จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาภายในช่วงเวลาทอง 4.5 ชั่วโมงแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความแตกต่างระหว่างอาการสโตรกและอาการเมาสุรา

แม้ทั้งสองสภาวะจะส่งผลต่อการควบคุมร่างกาย แต่มีจุดสังเกตสำคัญที่ช่วยให้เราแยกแยะได้ ดังนี้

1. อาการอ่อนแรง : คนเมาจะเดินตุปัดตุเป๋ เซไม่เป็นทิศทาง ขณะที่ผู้ป่วยสโตรกจะเซและล้มลงด้านเดียวกับที่อ่อนแรง

2. พูดไม่รู้เรื่อง : คนเมาอาจพูดไปเรื่อยไม่รู้เรื่อง ซึ่งมีความคล้ายกับผู้ป่วยสโตรก แต่ผู้ป่วยจะมีอาการดังนี้

  • ผู้ป่วยอาจพูดไม่ได้เลย แต่รู้เรื่อง เช่นถ้าสั่งให้ชูสองนิ้วจะทำได้

  • ผู้ป่วยอาจพูดได้ แต่ตอบไม่ตรงคำถาม เพราะฟังไม่รู้เรื่อง 

  • ผู้ป่วยรู้เรื่อง พูดได้ แต่จะนึกคำพูดไม่ออก เช่น เอาของทั่วไปอย่างแว่นตาให้ดู ผู้ป่วยจะตอบไม่ได้ว่านี่คือแว่นตา

3. เวียนหัวรุนแรง ทรงตัวไม่ได้ : คนเมาจะพยายามเดิน แต่สโตรกจะไม่พยายามเดินเพราะเวียนหัวมาก

หลักการ HEBFAST วิธีสังเกตอาการสโตรกเบื้องต้น

สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ได้แนะนำหลักการจดจำง่ายๆ เพื่อประเมินภาวะโรคหลอดเลือดสมองที่ใช้ได้กับทุกคน เพื่อความแม่นยำในการวิเคราะห์สถานการณ์

  • H - Headaches: ปวดศีรษะอย่างรุนแรงเฉียบพลันโดยไม่มีสาเหตุ อาจเป็นเส้นเลือดในสมองแตก
  • E - Eyes: ตามัว เห็นภาพซ้อน หรือมองไม่เห็นเฉียบพลัน ตาดับไปเลยข้างใดข้างหนึ่ง
  • B - Balance: เสียการทรงตัว เดินเซ เวียนศีรษะบ้านหมุน
  • F - Face: หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว มุมปากตก ยิ้มแล้วปากไม่เท่ากัน
  • A - Arm: แขนขาอ่อนแรง ขยับไม่ได้ หรือชาครึ่งซีก หากแขนข้างใดข้างหนึ่งตกลงมาหรือไม่มีแรงยก เป็นสัญญาณอันตราย
  • S - Speech: พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือพูดจาสับสน ให้ผู้ป่วยลองพูดตามคำง่ายๆ หากพูดไม่ชัด ลิ้นแข็ง หรือพูดไม่ได้เลย ให้รีบขอความช่วยเหลือ
  • T - Time: เวลาสำคัญมาก หากมีอาการเหล่านี้แม้เพียงข้อเดียว ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที หรือโทรสายด่วน 1669 โดยเร็วที่สุด

การปฐมพยาบาลและการรับมือ

หากพบเห็นบุคคลที่มีอาการสับสนว่าเมาหรือเป็นสโตรก สิ่งแรกที่ควรทำคือตรวจสอบกลิ่นแอลกอฮอล์และสอบถามคนรอบข้าง แต่หากไม่แน่ใจ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางสมอง การเข้าเครื่อง CT Scan หรือ MRI จะช่วยให้แพทย์แยกแยะอาการได้ชัดเจนที่สุด

สิ่งสำคัญคือห้ามให้ผู้ป่วยรับประทานอาหาร ยา หรือดื่มน้ำในระหว่างรอรถพยาบาล เพราะอาจเกิดการสำลักเข้าปอดเนื่องจากกล้ามเนื้อในการกลืนอาจทำงานผิดปกติจากสภาวะทางสมองได้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล