นักเบสบอลมาเผยเอง ผลลัพธ์หลังทำภารกิจกิน "ไข่ดิบ" เดือนละเกือบ 900 ฟอง

นักเบสบอลมาเผยเอง ผลลัพธ์หลังทำภารกิจกิน "ไข่ดิบ" เดือนละเกือบ 900 ฟอง

นักเบสบอลมาเผยเอง ผลลัพธ์หลังทำภารกิจกิน "ไข่ดิบ" เดือนละเกือบ 900 ฟอง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นักกีฬาเบสบอลทดลอง "ไข่ดิบ" เดือนละเกือบ 900 ฟอง หวังเสริมแกร่ง เผยผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง

เรื่องราวของนักกีฬาเบสบอลรายหนึ่งกำลังได้รับความสนใจ หลังเจ้าตัวเปิดเผยว่าครั้งหนึ่งเคยกินไข่ดิบวันละ 30 ฟอง เพื่อหวังเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น จนรวมแล้วกินเกือบ 900 ฟองภายในหนึ่งเดือน

นักกีฬาคนดังกล่าวคือ ไรอัน แลมเบิร์ต (Ryan Lambert) ดาวรุ่งวัย 23 ปีของทีม New York Mets ซึ่งยอมรับว่าแนวทางการกินของเขาอาจดูแปลกสำหรับคนทั่วไป แต่เขาเชื่อว่าการทดลองดังกล่าวช่วยพัฒนาศักยภาพของร่างกายได้จริง

Instagram / @ryanlambert

กินไข่ดิบวันละ 30 ฟอง เพื่อเพิ่มพลังและการฟื้นตัว

แลมเบิร์ตเล่าว่า ในช่วงหนึ่งเขาตัดสินใจกินไข่ดิบวันละ 30 ฟอง หลังเห็นคลิปเกี่ยวกับประโยชน์ของการกินไข่ในโซเชียลมีเดียเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน แม้ช่วงแรกจะต้องปรับตัวไม่น้อย แต่เขาก็มองว่าเป็นความท้าทายที่ช่วยผลักดันตัวเอง

เขากล่าวว่าแม้ปัจจุบันจะไม่ได้กินไข่จำนวนมากเท่าเดิมแล้ว แต่ก็เชื่อว่าการทดลองดังกล่าวช่วยพัฒนาศักยภาพของเขา โดยเฉพาะความเร็วในการขว้างลูก ซึ่งสามารถทำความเร็วได้มากกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง

ยูทูบเบอร์ทดลองกินไข่ 720 ฟองใน 1 เดือน

ไม่ใช่เพียงนักกีฬาคนนี้เท่านั้นที่ทดลองกินไข่จำนวนมาก ดร.นิค นอร์วิทซ์ (Dr. Nick Norwitz) ยูทูบเบอร์สายสุขภาพ ก็เคยทำการทดลองคล้ายกัน โดยกินไข่วันละ 24 ฟองต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน รวมทั้งหมด 720 ฟอง

เขาคำนวณว่าไข่จำนวนดังกล่าวเทียบเท่ากับการได้รับคอเลสเตอรอลประมาณ 133,200 มิลลิกรัม แต่ตั้งสมมติฐานว่าการกินไข่จำนวนมากอาจไม่ได้ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลชนิด LDL ซึ่งมักถูกเรียกว่า “คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี”

YouTube / Nick Norwitz

ผลทดลองพบคอเลสเตอรอลไม่ได้เพิ่มขึ้น

ผลลัพธ์ของการทดลองกลับสร้างความประหลาดใจ เพราะแม้เขาจะกินไข่เกือบ 1,000 ฟองในเวลาเพียง 30 วัน แต่ระดับคอเลสเตอรอล LDL ของเขาไม่ได้เพิ่มขึ้น กลับลดลงประมาณ 2% ในช่วงสองสัปดาห์แรก

จากนั้นในอีกสองสัปดาห์ถัดมา ระดับ LDL ลดลงเพิ่มเติมอีกประมาณ 18% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สร้างความสนใจให้กับผู้ติดตามจำนวนมาก

เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่ทำให้ร่างกายปรับสมดุลได้

ดร.นอร์วิทซ์อธิบายว่า เมื่อร่างกายได้รับคอเลสเตอรอลจากอาหาร โมเลกุลเหล่านี้จะจับกับตัวรับในเซลล์ลำไส้ และกระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่ง ซึ่งส่งสัญญาณไปยังตับให้ลดการผลิตคอเลสเตอรอลภายในร่างกาย

กระบวนการดังกล่าวช่วยให้ร่างกายสามารถรักษาสมดุลของคอเลสเตอรอลไว้ได้ตามกลไกธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงแนะนำว่าการบริโภคอาหารควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และควรปรึกษาแพทย์ก่อนทดลองรูปแบบการกินที่เข้มข้นเช่นนี้

  1. UNILAD
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล