ระวังเด็กกินเผ็ด! งานวิจัยจากจีน "พริก" มีผลกับส่วนสูง ขัดขวางการเติบโตของกระดูก

ระวังเด็กกินเผ็ด! งานวิจัยจากจีน "พริก" มีผลกับส่วนสูง ขัดขวางกลไกการเจริญเติบโตของกระดูก
ความสูงของร่างกายเป็นผลลัพธ์จากปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมรวมกัน แต่คุณเคยสังเกตไหมว่าทำไมคนในแต่ละภูมิภาคถึงมีความสูงเฉลี่ยที่แตกต่างกัน? ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และงานวิจัยสมัยใหม่ชี้ให้เห็นรูปแบบ "เหนือสูง-ใต้เตี้ย" ในประเทศจีนอย่างชัดเจน ซึ่งล่าสุดนักวิจัยเริ่มพบความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่าง "วัฒนธรรมการกินเผ็ด" กับสภาวะการเจริญเติบโตช้าในเด็ก
นายแพทย์และทีมวิจัยจากโรงพยาบาลในสังกัดมหาวิทยาลัยหนานชาง (Nanchang University) ได้สังเกตพบในระหว่างการปฏิบัติงานทางคลินิกว่า ในมณฑลแถบตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เช่น เจียงซี กุ้ยโจว และฉงชิ่ง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการรับประทานรสจัดและเผ็ดร้อน กลับมีอัตราการพบสภาวะ "เตี้ยไม่ทราบสาเหตุ" (Idiopathic Short Stature - ISS) สูงกว่าภูมิภาคอื่นอย่างมีนัยสำคัญ
ย้อนรอยสถิติความสูง: ทำไมคนเหนือถึงสูงกว่าคนใต้?
หากย้อนกลับไปดูงานวิจัยของ หลี่จี้ (Li Chi) นักวิทยามนุษย์ชาวจีนผู้บุกเบิกการศึกษาเรื่องส่วนสูงในปี 1923 พบว่าค่าเฉลี่ยความสูงของคนจีนในขณะนั้นอยู่ที่ 165 เซนติเมตร โดยมีรูปแบบที่ชัดเจนคือ คนทางตอนเหนือสูงกว่าตอนใต้ และแถบชายฝั่งสูงกว่าพื้นที่ตอนใน
ต่อมาในปี 1988 จางเจิ้นเปียว จากสถาบันบรรพชีวินวิทยาและมานุษยวิทยา (IVPP) สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ได้ยืนยันรูปแบบนี้อีกครั้ง โดยระบุว่า:
- กลุ่มชายรูปร่างสูง (167 ซม. ขึ้นไป): ส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในภาคตะวันออกเหนือและภาคเหนือ เช่น เฮยหลงเจียง ปักกิ่ง และซานตง
- กลุ่มรูปร่างปานกลาง (164-166.9 ซม.): กระจายตัวในมณฑลแถบภาคกลางและภาคตะวันออก เช่น เจียงซู หูหนาน และกวางตุ้ง
- กลุ่มรูปร่างค่อนข้างเตี้ย (160-163.9 ซม.): กระจุกตัวหนาแน่นในภาคตะวันตกเฉียงใต้ เช่น กว่างซี กุ้ยโจว และเสฉวน
แม้แต่ในงานวิจัยปี 2023 เรื่อง "Children’s Height in China in The Past Half Century" ยังระบุว่าขณะที่เด็กในมณฑลทางเหนือมีความสูงเฉลี่ยพุ่งสูงเกิน 175 ซม. ไปแล้ว แต่เด็กในมณฑลแถบตะวันตกเฉียงใต้กลับยังคงมีค่าเฉลี่ยที่ต่ำกว่า 170 ซม. ในเพศชาย และต่ำกว่า 160 ซม. ในเพศหญิง

เจาะลึกงานวิจัย: พริกเกี่ยวอะไรกับความสูง?
งานวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลกอย่าง Nature Communications โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยหนานชาง ได้ทำการทดลองเพื่อหาความเชื่อมโยงระหว่างการบริโภคพริกกับการเจริญเติบโต โดยศึกษาจากเด็กที่มีภาวะเตี้ยไม่ทราบสาเหตุ (ISS) จำนวน 106 คน เปรียบเทียบกับเด็กที่มีสุขภาพดี
ผลการศึกษาพบกลไกที่น่าสนใจดังนี้:
- การอักเสบในลำไส้: การบริโภคสารแคปไซซิน (Capsaicin) ในปริมาณสูงและต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดภาวะจุลินทรีย์ในลำไส้เสียสมดุลและนำไปสู่การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ
- โมเลกุลขัดขวางการเติบโต: เมื่อเกิดการอักเสบ ร่างกายจะหลั่งโมเลกุลที่เรียกว่า miR-17-3p เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ
- ยับยั้งกระดูก: โมเลกุล miR-17-3p นี้เองจะเข้าไปขัดขวางสัญญาณการเติบโต (RAS/ERK และ PI3K/AKT) ในแผ่นการเจริญเติบโตของกระดูก (Growth Plate) ทำให้เซลล์กระดูกอ่อนไม่สามารถแบ่งตัวและเปลี่ยนเป็นกระดูกแข็งได้ตามปกติ
บทสรุป: เด็กๆ ยังกินเผ็ดได้หรือไม่?
อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยระบุว่าการทดลองนี้ใช้สารแคปไซซินในปริมาณที่ค่อนข้างสูง (เทียบเท่าการกินเผ็ดจัดมากๆ ทุกวัน) ดังนั้นการรับประทานเผ็ดในระดับปกติอาจไม่ได้ส่งผลกระทบรุนแรงขนาดนั้น สิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองควรใส่ใจมากกว่าการสั่ง "ห้ามกินเผ็ด" คือการดูแลให้เด็กได้รับโภชนาการที่ครบถ้วน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม
แต่สำหรับเด็กที่มีสัญญาณของการเจริญเติบโตช้ากว่าเกณฑ์ การลดปริมาณอาหารที่เผ็ดจัดและระคายเคืองลำไส้ลงบ้าง ก็อาจเป็นหนึ่งในแนวทางป้องกันที่ช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

