"หนูแหม่ม–บ๊อบบี้" เปิดสูตรรัก 35 ปี อยู่ทน ทนอยู่ แต่ไม่เคยปล่อยมือกัน!

"หนูแหม่ม–บ๊อบบี้" เปิดสูตรรัก 35 ปี อยู่ทน ทนอยู่ แต่ไม่เคยปล่อยมือกัน!

"หนูแหม่ม–บ๊อบบี้" เปิดสูตรรัก 35 ปี อยู่ทน ทนอยู่ แต่ไม่เคยปล่อยมือกัน!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

WandOland ชวนสำรวจชีวิตคู่ของ “หนูแหม่ม สุริวิภา” และ “บ๊อบบี้ โรเบิร์ต” ผ่านบทสนทนาที่ลึกกว่าคำว่ารัก ทั้งเรื่องการยอมรับในความต่าง และการเลือกจะปรับตัวเพื่อกันและกัน เมื่อความสัมพันธ์เดินทางไกลถึง 35 ปี จากผู้หญิงที่ไม่ขึ้นเครื่องบินสู่ชีวิตที่กล้าลุยเพราะมีเขาข้าง ๆ อะไรคือสิ่งที่ควรปล่อยวาง อะไรคือสิ่งที่ต้องรักษาไว้ และความรักที่ดีควรทำให้เราเป็นตัวเองได้แค่ไหน ตั้งแต่วินาทีที่มั่นใจจะฝากชีวิตไว้ตั้งแต่เหตุผลเล็ก ๆ ที่ทำให้มั่นใจจะเดินด้วยกัน ไปจนถึงบทเรียนว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ 100%

ความฝันที่คุณยังไม่ได้เล่าให้อีกคนฟังคืออะไร ?

หนูแหม่ม : เราแค่รู้สึกมันคงไม่ได้เป็นฝันที่เคยคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว แค่รู้สึกเราอยากเที่ยวกัน 2 คนไกล ๆ รอบโลกไปเรื่อย ๆ มันไม่ได้ฝันแต่เราก็คุยกันอยู่เรื่อย ๆ แด๊ดดี้เราอยากเที่ยวกับคุณ บางทีเราไปกัน 2 คนอย่างนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าเราทำกันมาเยอะแล้ว เราก็เลยรู้สึกอยากผ่อนคลาย มันเลยเป็นฝันที่อยากผ่อนคลาย

มีเรื่องของคุณเองไหม สมมติไม่มีเขาในชีวิต ?

หนูแหม่ม : ไม่เคยคิดอะไร ไม่กล้าทำอะไรโดยที่ไม่มีบ๊อบบี้เลย เรายังคุยกันทุกวัน บ๊อบบี้ชอบถามว่าแหม่มชอบอยู่กับผมไหม แหม่มบอกใช่ บางทีเราดำน้ำก็ได้ ถ้าไม่มีบ๊อบบี้พี่แหม่มจะไม่ไปดำน้ำเลย เพราะพี่ไม่รู้ว่าพี่จะไปเริ่มตรงไหน พี่รู้สึกว่าทุกอันถ้าไม่มีพี่บ๊อบบี้บางอันที่มันลุยมาก ๆ คิดว่าพี่ไม่ได้ทำด้วยซ้ำ ถ้าไม่ได้แต่งงานกับพี่บ๊อบบี้ไม่คิดว่าพี่จะขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวด้วยซ้ำ เพราะเป็นคนไม่ขึ้นเครื่องบิน ก็คงจะเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งทำงานแล้วก็รอวันแก่ แล้วก็สวยตอนแก่แล้วไง ความสวยนี้มันมีอยู่แล้วเพราะว่ามันอยู่รอบตัวเรา แล้วแต่ว่าไม่ได้มีบัดดี้ที่จะพาไปไหน ชีวิตอาจจะไม่ได้สนุกเท่านี้

บ๊อบบี้ : ก่อนผมเจอแหม่ม แหม่มก็ไม่เคยทำอะไรเลย ไม่เคยออกกำลังกาย ไม่เคยเดินในสวนสาธารณะ ทำงานกลับบ้าน ๆ ทุกวัน พาเขาไปยุโรปตอนฮันนีมูนก็ไม่เคยไป ทำงานอย่างเดียว

หนูแหม่ม : พี่ยังคิดเลยว่าพี่ขึ้นเครื่องบินไม่ได้คนเดียว กลัวทุกอย่างที่พี่ควบคุมไม่ได้ พี่เป็นคนควบคุม เกิดมาเพื่อควบคุม คิดว่าตัวเองเป็นแบบนั้น มันก็เลยเป็นแบบนั้น ควบคุมทุกอย่าง ต้องยืนให้ได้สิ ต้องแตะพื้นให้ได้สิ อยู่ตรงนี้ให้ได้สิ ดำน้ำทำไมต้องไปดำน้ำ แล้วมันหายใจยังไง ถ้าไม่มีพี่บ๊อบบี้พี่ทำไม่ได้

ถ้าอธิบายความสัมพันธ์เป็นสีคุณจะเลือกสีอะไร ?

หนูแหม่ม : Rainbow

บ๊อบบี้ : ต้องตามลูก Rainbow มีทุก ๆ รสชาติ แม้เราจะรู้จักกันมา 30 ปีแล้ว แต่ความสัมพันธ์ของเราก็ยังคงมีทั้งขึ้นและลงในแต่ละวัน แต่ละฤดูกาลก็แตกต่างกันไป ไม่มีวันไหนเหมือนกันเลยตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ไม่มีวันไหนเหมือน

ยังบ่นกันและกันอยู่หรือเปล่า ?

หนูแหม่ม : อย่าใช้คำว่าบ่น เหมือนดูให้เกียรติคู่เราเกินไป ให้ใช้คำว่าทะเลาะและขบหัวกัน

บ๊อบบี้ : แม้จะผ่านไป 35 ปีแล้ว เธอก็ยังบ่นเรื่องเดิม ๆ ทุกวัน ตัวอย่างเช่น ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องอาบน้ำแล้วพื้นก็เปียก ‘ทำไมพื้นเปียก’ พึ่งเดินออกมาเลย ห้องน้ำเปียกเพราะพึ่งจะอาบน้ำ ทำไมกางเกงในอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่ปิดแอร์ ไม่เปิดหน้าต่าง ไม่ปิดไฟ ทำไมไม่เปิดประตูแมว ทำไมไม่ล็อค ทุกวัน

ก็ต้องอยู่กับมันใช่ไหม ?

หนูแหม่ม : อยู่นาน อยู่ทน แล้วก็ทนอยู่

บ๊อบบี้ : สมมติผมนอนอยู่บนเตียง ใส่ CPAP แล้วด้วย แล้วเขาก็บอกว่า ล็อคประตูหน้าบ้านหรือยัง ? เราบอกทำไมต้องถามตอนนี้ ตอนกำลังจะนอนแล้ว (หัวเราะ) ผมบอกแหม่ม อยากรู้ไปดูเอง จะนอน

หนูแหม่ม : ตอนหลังพี่บ๊อบบี้ก็รู้แล้วว่าจะรับมือยังไง

บ๊อบบี้ : เขาเป็นแบบนี้บ่อยมากเลย ผมกำลังดูทีวีอยู่ แล้วจู่ ๆ เขาก็เข้ามาเปลี่ยนไฟ ชอบไฟเหลืองไม่ชอบไฟขาว

หนูแหม่ม : แค่ไฟเหลืองกับไฟขาวก็เป็นปัญหาสำหรับบ้านเรา พี่ต้องเปิดทุกห้อง และต้องสว่างขาวทุกห้อง ถ้าพี่อยู่เปิดหมด ให้เราเห็นชัดไม่เหลือง

บ๊อบบี้ : ผมก็เลยนั่งอยู่เฉยๆ แล้วปล่อยให้เขาทำ

ถ้าเลือกกลับไปอยู่ในอายุสักช่วงหนึ่งของชีวิตได้คุณจะเลือกอายุเท่าไหร่ ?

โอ๊ต : คิดว่าเป็นอายุช่วงที่เราเพิ่งเริ่มคบกัน น่าจะ 20 ปลาย ๆ

เพราะอะไรในช่วงนั้นมันคืออารมณ์อะไร ?

โอ๊ต : พอเราโตขึ้นมาเรามีความมั่นใจในตัวเอง เรามีความชอบในตัวของเราเอง มั่นใจในตัวของเราเอง แล้วพอได้เจอคนที่ first romance หมายความว่าเป็นช่วงที่โรแมนติก มันก็ยิ่งรู้สึกว่าทุกอย่างมันเติมเต็ม มันลงตัว แล้วก็โลกยังสดใสอยู่ อนาคตมันดูสดใสอยู่

อันนั้นเลือกแล้วหรือยัง ?

โอ๊ต : ยังครับ หมายถึงว่าเพิ่งเริ่มคบกัน พึ่งเริ่มเจอกันแล้ว มันมีอะไรให้สำรวจ มันมีอะไรที่ไม่รู้มันจะไปทางไหน แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นทางที่ดี

ระยะเวลาจากนั้นถึงอีกนานแค่ไหนถึงเลือกแล้วตกลงว่าใช่ ?

โอ๊ต : คบกันมา 8 ปีกว่า ตอนนั้นเราถึงเลือกตัดสินใจว่าเรามาแต่งงานกัน ไม่ได้เป็นพิธีแบบว่ายังไม่เป็นทางการที่เป็นกฎหมาย แต่ 2 คนคิดว่าเราจะมาฝากชีวิตให้กันและกัน

มันมีเหตุการณ์หรืออะไรที่ทำให้เราตัดสินใจว่ามั่นใจว่าเราสามารถฝากชีวิตไว้กับคน ๆ นี้ได้ ?

หนูแหม่ม : บางคนตัดสินใจว่าคนนี้แหละ ที่จะฝากชีวิตไว้กับในมือเขาได้ด้วยเหตุผลที่ค่อนข้างกว้าง ๆ ใหญ่ ๆ อันนี้พี่ถือว่าใหญ่ ๆ มันคือความสำคัญของการอยู่ด้วยกันก็คือการข้ามปัญหาไปด้วยกัน แต่สำหรับชีวิตพี่ ๆ เลือกผู้ชายคนนี้เข้ามาในชีวิต แล้วพี่รู้เลยว่าคนนี้ดูแลชีวิตฉันได้จนวันตายแน่ ๆ ด้วยเหตุการณ์เดียว ไม่ต้องเรียนรู้อะไรกันเยอะ เรารู้จักกันปีกว่าผ่านไป แล้วเป็นครั้งแรกที่พี่บ๊อบบี้จะพาไปเที่ยวที่บ้านญาติเขา แล้วมันมีหมาตัวหนึ่งดุมากชื่อโกโก้ โกโก้เป็นหมาที่ดุ ใครเข้าไปมันอาจจะกัดทุกคนได้ที่แปลกหน้า วันนั้นเป็นวันแรกที่เข้าไปในบ้านของพี่ปานแล้วโกโก้ก็อยู่ บ๊อบบี้เขาบอกว่าไปมีพ่อเขาแล้วก็มีเขาแล้วก็มีหนูแหม่ม นี่คือเหตุการณ์ที่ทำให้คิดว่าผู้ชายคนนี้สามารถกำชีวิตฉันด้วยความปลอดภัย เขาบอกพ่อเดินข้างหน้าเลยนะ เขาพูดเป็นภาษาอังกฤษ พ่อเดินข้างหน้าเลยแล้วให้แหม่มอยู่ตรงกลางแล้วผมจะอยู่ท้ายเอง ถ้าโกโก้มาผมจะเตะโกโก้เอง เรารู้สึกว่าในชีวิตนี้ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเตะหมาให้ฉันเลย เธอคือคนที่จะต้องดูแลชีวิตฉันจนวันตาย เพราะเธอเตะหมาให้ฉัน พี่ตัดสินใจเลยว่าคนนี้ พี่ถามเลยบ๊อบบี้คุณจีบเราอยู่ คุณจีบเราจริงจังหรือเปล่าเพราะว่าเรามาไกลแล้วนะ คุณจีบเราจริงจังเราจะได้จริงจังด้วย วันรุ่งขึ้นพี่ตัดสินใจจากเหตุการณ์เตะโกโก้ให้พี่ค่ะ ไม่มีอะไรใหญ่โตเลย พี่ว่าบางอย่างมันทำให้เราอุ่นใจแค่ประโยคเล็ก ๆ หรือความรู้สึกเล็ก ๆ พี่ถึงได้ถาม

เรื่องเล็ก ๆ ที่ขอบคุณในชีวิตประจำวันคืออะไร ?

วู้ดดี้ : ขอบคุณที่มีเตียงให้นอน มีบ้านให้อยู่ แล้วขอบคุณที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับแฟน สามี ขอบคุณที่ยังสามารถปฏิบัติดูแลพ่อแม่และครอบครัวได้ แล้วก็ขอบคุณที่เรายังเห็นว่าการใจดีกับตัวเองมันเป็นสิ่งที่ทำให้เรารอดในแต่ละวัน

หนูแหม่ม : ขอบคุณอันนี้อันสุดท้ายพี่ขอใช้ได้ไหม นาน ๆ พี่ถึงจะรู้สึกขอบคุณตัวเองสักทีหนึ่ง ขอบคุณที่ที่บอกนะคะพี่จะเอาไปใช้ จะใช้ทุกวัน ขอบคุณตัวเอง

บ๊อบบี้ : ผมก็ลืม มัวแต่ห่วงคนอื่น เราทำให้คนอื่น ๆ ลืมขอบคุณตัวเอง

อยากขอบคุณบ๊อบบี้ว่าอะไร ?

บ๊อบบี้ : ที่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ถึงขนาดนี้

หนูแหม่ม : เหมือนกันค่ะ ขอบคุณที่เป็นตัวเอง ขอบคุณทุกอย่างที่ตัวเองทำผ่านมา บางทีลืมกอดตัวเองด้วยซ้ำว่ามันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราเจอวิกฤต ทุกคนคงเคยผ่านหลายวิกฤตแหละเราก็เป็นคนหนึ่งที่ผ่านหลายวิกฤต ได้มีโอกาสขอบคุณ กอดตัวเอง อาจจะเกิดจากการฝึกฝน พอเราลืมหรือเราโกลาหลกับชีวิตมาก ๆ ก็ลืมก่อนตัวเอง บางทีพี่ก็เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง มาไกลขนาดนี้ขอบคุณที่ตัวเองเก่งที่แข็งแรง พี่ว่าพี่แข็งแรง

 

คลิกชมย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=T6m2Fw5sLSI

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ ของ "หนูแหม่ม–บ๊อบบี้" เปิดสูตรรัก 35 ปี อยู่ทน ทนอยู่ แต่ไม่เคยปล่อยมือกัน!

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล