เปิดภาพ "สาวอิหร่าน" เมื่อ 50 ปีก่อน ไฮแฟชั่น เปรี้ยวเข็ดฟัน สิทธิสตรีสุดก้าวหน้า

เปิดภาพ "สาวอิหร่าน" เมื่อ 50 ปีก่อน ไฮแฟชั่น เปรี้ยวเข็ดฟัน สิทธิสตรีสุดก้าวหน้า

เปิดภาพ "สาวอิหร่าน" เมื่อ 50 ปีก่อน ไฮแฟชั่น เปรี้ยวเข็ดฟัน สิทธิสตรีสุดก้าวหน้า
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ประเทศอิหร่าน เมื่อ 50 ปีก่อน: ย้อนรอยยุคทองของสิทธิสตรีและแฟชั่น สู่จุดเปลี่ยนพลิกประวัติศาสตร์

หากย้อนกลับไปมองประเทศอิหร่านเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน ภาพที่ปรากฏอาจทำให้หลายคนในยุคปัจจุบันแทบไม่เชื่อสายตา เพราะอิหร่านในยุคนั้นเต็มไปด้วยสีสัน ความทันสมัย หญิงสาวสวมกระโปรงสั้นเดินขวักไขว่ และสิทธิสตรีที่ก้าวหน้าในระดับแนวหน้าของภูมิภาค แต่เหตุใดดินแดนที่เคยเปิดกว้างแห่งนี้จึงพลิกโฉมกลายเป็นรัฐที่เคร่งครัดในปัจจุบัน? บทความนี้จะพาย้อนรอยประวัติศาสตร์และจุดเปลี่ยนสำคัญของผู้หญิงอิหร่าน

ยุคทองของแฟชั่น ความทันสมัย และสิทธิสตรีอิหร่าน

ในช่วงก่อนการปฏิวัติปี 1979 ประเทศอิหร่านอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์โมฮัมหมัด เรซา ชาห์ ปาห์ลาวี (Mohammad Reza Shah Pahlavi) ซึ่งเป็นยุคที่ประเทศเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกอย่างเต็มที่ จากรายงานของสำนักข่าวบีบีซี (BBC) ระบุว่า กษัตริย์ชาห์องค์ก่อนหน้าได้สั่งห้ามการสวมผ้าคลุมหน้าตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1930 และสั่งให้ตำรวจบังคับถอดผ้าคลุมศีรษะของสตรีออก ในช่วงทศวรรษที่ 1970 การแต่งกายของหญิงสาวชาวอิหร่านจึงเต็มไปด้วยความอิสระ

บีบีซี (BBC) ยังรายงานภาพบรรยากาศการเดินช้อปปิ้งในกรุงเตหะรานเมื่อปี 1976 ว่า ผู้หญิงอิหร่านจำนวนมากเลือกสวมเสื้อผ้าสไตล์ตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์รัดรูป กระโปรงสั้น และเสื้อแขนสั้น นอกจากนี้ ยังมีร้านทำผมที่ชายและหญิงสามารถใช้งานร่วมกันได้ รวมถึงการแต่งหน้าและสวมต่างหูเดินบนท้องถนนซึ่งถือเป็นเรื่องปกติในยุคนั้น แม้แต่การพักผ่อน ข้อมูลจากบีบีซียังระบุว่า ผู้หญิงในอดีตสามารถสวมชุดว่ายน้ำได้อย่างเปิดเผย

ในด้านสิทธิและการศึกษา บทความจาก The Iran Primer โดย Andrew Hanna นักวิจัยอิสระ ระบุว่า การปฏิรูปที่เรียกว่า การปฏิวัติขาว (White Revolution) ในปี 1963 ได้มอบสิทธิประโยชน์หลายประการให้กับผู้หญิง ดังนี้

  • มอบสิทธิในการเลือกตั้งและลงสมัครรับเลือกตั้งทางการเมือง
  • บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองครอบครัวในปี 1967 และ 1975 ซึ่งอนุญาตให้ผู้หญิงฟ้องหย่าได้
  • ปรับเพิ่มอายุขั้นต่ำในการแต่งงานของหญิงสาวจาก 13 ปี ขึ้นเป็น 18 ปี

ข้อมูลจากวิดีโอสารคดีของ CHRONOS-MEDIA History ให้ข้อมูลเสริมว่า ในยุคของกษัตริย์ชาห์ ประเทศอิหร่านมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด บทบาทของสตรีมุสลิมโดดเด่นมาก นำโดยพระราชินีฟาราห์ ในปี 1975 นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาประมาณหนึ่งในสามเป็นผู้หญิง โดยในมหาวิทยาลัยเตหะราน มีบัณฑิตหญิงสาขาแพทยศาสตร์ถึง 44 เปอร์เซ็นต์ และสาขาศึกษาศาสตร์ถึง 55 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงสามารถเล่นกีฬาฟุตบอลได้อย่างอิสระ

รอยร้าวภายใต้ความเจริญ: เหตุใดสังคมจึงพลิกผัน?

แม้ฉากหน้าจะดูเจริญก้าวหน้า แต่ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้เข้าถึงคนทุกกลุ่ม รายงานวิชาการ The Vanishing Horizon: Women and the 1979 Iranian Revolution อธิบายว่า ในขณะที่ผู้หญิงในเมืองและชนชั้นกลางระดับสูงได้รับประโยชน์ แต่ผู้หญิงในชนบทและชุมชนอนุรักษ์นิยมกลับรู้สึกแปลกแยก พวกเขามองว่าการปฏิรูปนี้เป็นการยัดเยียดโดยไม่เคารพรากฐานทางวัฒนธรรม

ในขณะเดียวกัน ผู้หญิงที่ได้รับประโยชน์ก็เริ่มต่อต้านการปกครองแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จของรัฐบาลชาห์ ความไม่พอใจทวีความรุนแรงขึ้นในงานเฉลิมฉลองครบรอบ 2,500 ปีของราชวงศ์เปอร์เซียในปี 1971 ซึ่งบีบีซี (BBC) ชี้ว่า ความหรูหราฟุ่มเฟือยของงานถูกประณามอย่างหนัก และเป็นชนวนนำไปสู่การปฏิวัติ เมื่อการปฏิวัติเริ่มขึ้นในปี 1978 ผู้หญิงจากทุกชนชั้นและทุกอุดมการณ์ได้ออกมาร่วมเดินขบวนประท้วงเพื่อขับไล่รัฐบาลชาห์

การปฏิวัติอิสลาม 1979: สิทธิที่ถูกริบคืน

เมื่อการปฏิวัติสำเร็จในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1979 ภายใต้การนำของอยาตอลเลาะห์ รูฮอลเลาะห์ โคเมนี (Ayatollah Ruhollah Khomeini) ความก้าวหน้าของสตรีที่สั่งสมมาก็พังทลายลง รายงานจาก The Vanishing Horizon และ The Iran Primer ระบุตรงกันว่า รัฐบาลใหม่ได้ดำเนินการริบคืนสิทธิต่างๆ ทันที

  • ยกเลิกกฎหมายคุ้มครองครอบครัว และริบสิทธิในการหย่าร้างหรือดูแลบุตรคืน
  • ลดอายุขั้นต่ำในการแต่งงานของเด็กหญิงลงเหลือเพียง 9 ปี ตามหลักกฎหมายอิสลาม
  • ผลักผู้หญิงออกจากกำลังแรงงาน และห้ามไม่ให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา

นอกจากนี้ บีบีซี (BBC) รายงานว่า ผู้นำสูงสุดได้ออกกฎบังคับให้ผู้หญิงอิหร่านทุกคนต้องสวมผ้าคลุมศีรษะ (Hijab) ผู้ฝ่าฝืนต้องเผชิญกับบทลงโทษรุนแรง ทั้งการเฆี่ยนตีและการจำคุก พื้นที่สาธารณะถูกแบ่งแยกชายหญิงอย่างชัดเจน แม้แต่การไปละหมาดในวันศุกร์ก็ต้องนั่งแยกโซนอย่างเคร่งครัด

ผู้หญิงอิหร่านในปัจจุบัน: การต่อสู้ที่ยังไม่จบสิ้น

ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีหลังการปฏิวัติ ขบวนการสิทธิสตรีในประเทศอิหร่านต้องเผชิญกับความยากลำบาก ข้อมูลจาก The Iran Primer ระบุว่า แม้จะมีการผ่อนปรนบ้างในยุคของประธานาธิบดีสายปฏิรูป แต่เมื่อเข้าสู่ยุคของกลุ่มอนุรักษ์นิยมขวาจัด สิทธิก็ถูกบั่นทอนลงอีก ในปัจจุบัน ผู้หญิงยังถูกจำกัดสิทธิหลายด้าน เช่น การห้ามเข้าชมฟุตบอลชายในสเตเดียม จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมของ ซาฮาร์ โคดายารี (Sahar Khodayari) ที่จุดไฟเผาตัวเองจนเสียชีวิตในปี 2019

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการกดขี่ ผู้หญิงอิหร่านก็ยังคงหาวิธีต่อต้านอำนาจรัฐอย่างสันติ บีบีซี (BBC) สังเกตว่า ผู้หญิงหลายคนเลือกที่จะไม่สวมชุดคลุมสีดำยาว แต่หันมาสวมเสื้อโค้ทและร่นผ้าคลุมศีรษะไปด้านหลัง และตามรายงานของ The Iran Primer ได้เกิด ขบวนการผ้าพันคอสีขาว (White Scarf Movement) ในปี 2017 ที่พวกเธอกล้าถอดผ้าคลุมศีรษะในที่สาธารณะเพื่อประท้วงกฎหมาย แม้จะต้องแลกกับการถูกจำคุกยาวนานก็ตาม

สรุป

การเปลี่ยนแปลงของประเทศอิหร่านจากดินแดนที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งโลกแฟชั่นและสิทธิสตรีที่รุ่งเรือง สู่ประเทศที่ถูกตีกรอบด้วยกฎหมายทางศาสนาอย่างเข้มงวด เป็นผลพวงจากการปะทะกันระหว่างการพัฒนาที่รีบร้อนกับความโกรธแค้นต่อระบอบเผด็จการ แม้ว่าการปฏิวัติในปี 1979 จะพรากสิทธิไปจากผู้หญิงอิหร่านจำนวนมาก แต่ประวัติศาสตร์ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เรียกร้องความเสมอภาคของพวกเธอนั้นไม่เคยเลือนหายไป

แหล่งอ้างอิง

  1. CHRONOS-MEDIA History: Iran before the Revolution - 1970s Life under the Shah (scanned in 4K)
  2. BBC: Iran 1979: Before and after the revolution
  3. The Iran Primer: The Iranian Women's Movement: Four Phases

อัลบั้มภาพ 41 ภาพ

อัลบั้มภาพ 41 ภาพ ของ เปิดภาพ "สาวอิหร่าน" เมื่อ 50 ปีก่อน ไฮแฟชั่น เปรี้ยวเข็ดฟัน สิทธิสตรีสุดก้าวหน้า

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล