สงครามอิหร่าน เหตุสู้รบตะวันออกกลาง กระทบไทย 6 ด้าน คลังสั่งตั้งวอร์รูมรับมือ

สงครามอิหร่าน เหตุสู้รบตะวันออกกลาง กระทบไทย 6 ด้าน รมว.คลังสั่งตั้งวอร์รูมรับมือความตึงเครียด
วันที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 18.01 น. นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ติดตามและประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง (Economic War Room) เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทยอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ศูนย์ดังกล่าวประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจการคลังทำหน้าที่เป็นหน่วยงานประสานงานหลัก เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งกระทรวงการคลังสรุปผลเบื้องต้นได้ดังนี้
1) ผลกระทบด้านพลังงานและต้นทุนการผลิต (Energy & Cost Channel)
กระทรวงการคลังคาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจผันผวนและปรับเพิ่มสูงขึ้น ภายใต้ความเสี่ยงของการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก นอกจากนี้ ยังรวมถึงราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ไทยนำเข้าเพื่อผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก โดยราคา LNG มักเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมัน และอาจส่งผลต่อค่าไฟฟ้าของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจได้
อย่างไรก็ดี ประเทศไทยมีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งในปัจจุบัน ซึ่งสามารถช่วยรองรับความผันผวนของราคาน้ำมันภายในประเทศได้ในระดับหนึ่ง
2) ผลกระทบด้านการค้าโลกและห่วงโซ่อุปทาน (Trade & Supply Chain Channel)
หากความเสี่ยงในเส้นทางเดินเรือบริเวณภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น อาจทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยการเดินเรือ (Risk Premium) และค่าระวางเรือปรับสูงขึ้น และหากมีการเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ อาจทำให้ระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้น ผลกระทบดังกล่าวอาจเพิ่มต้นทุนการนำเข้า–ส่งออก และสร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการที่พึ่งพาการส่งออกและวัตถุดิบนำเข้า
กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการดำเนินมาตรการดูแลและสนับสนุนสภาพคล่องของผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจ
3) ผลกระทบด้านภาคการท่องเที่ยว (Tourism Channel)
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการปิดน่านฟ้าบางประเทศ ส่งผลให้สายการบินยกเลิกหรือปรับเส้นทางการบิน ทำให้มีผู้โดยสารตกค้างบางส่วน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์อาจกระทบความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเส้นทางบินระยะไกล จากต้นทุนตั๋วโดยสารที่สูงขึ้นและระยะเวลาเดินทางที่ยาวขึ้น
AFP
4) ผลกระทบด้านอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Channel)
ราคาพลังงานโลกที่ผันผวนอาจกดดันต้นทุนการนำเข้า-ส่งออก อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ไม่ยืดเยื้อ ผลกระทบต่อระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศคาดว่าจะอยู่ในวงจำกัด
สำหรับอัตราเงินเฟ้อของไทยอยู่ในระดับต่ำ โดย ณ เดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ -0.7 (YoY) และกระทรวงการคลังคาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ร้อยละ 0.3
5) ผลกระทบด้านตลาดเงิน ตลาดทุน และอัตราแลกเปลี่ยน (Financial Market Channel)
ความไม่แน่นอนของสถานการณ์อาจทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-off) ส่งผลให้มีการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น เช่น ดอลลาร์สหรัฐและทองคำ ซึ่งอาจกระทบต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนไหลออกจากกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market Economies)
ทั้งนี้ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอาจมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ส่งผลต่อค่าเงินในภูมิภาค รวมถึงค่าเงินบาทที่อาจผันผวนและอ่อนค่าลงในระยะสั้น กระทรวงการคลังได้ประสานให้ ก.ล.ต. และ ตลท. ใช้เครื่องมือและมาตรการรองรับความผันผวนของตลาดอย่างเหมาะสม และสามารถปรับใช้ตามระดับความรุนแรงของสถานการณ์ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและเสถียรภาพของตลาดการเงินไทย
6) ผลกระทบด้านแรงงาน (Labour Channel)
สถานการณ์ความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยในตะวันออกกลางประมาณ 110,000 คน ทั้งด้านความปลอดภัยและการจ้างงาน อย่างไรก็ดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ได้เตรียมความพร้อมด้านการคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ และประสานงานกับแรงงานไทยอย่างใกล้ชิด
ย้ำพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง พร้อมรับความผันผวน
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเน้นย้ำว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพและความแข็งแกร่งเพียงพอ ขณะเดียวกันภาคการคลังยังมีความยืดหยุ่นและมีขีดความสามารถในการรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนภายนอก
ทั้งนี้ ไทยมีเงินสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง ดุลบัญชีเดินสะพัดอยู่ในเกณฑ์บริหารได้ สัดส่วนหนี้สาธารณะยังต่ำกว่ากรอบวินัยการคลัง และระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคง โดยมีระดับเงินกองทุนและเงินสำรองรองรับความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ที่เข้มแข็ง
ในระยะต่อไป กระทรวงการคลังจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาใช้เครื่องมือเชิงนโยบายในการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
