9 ความเชื่อในการเลี้ยงลูก กุมารแพทย์เตือนวิธีเดิมๆ ของคนรุ่นก่อน อาจเสี่ยงถึงตาย

9 ความเชื่อในการเลี้ยงลูก กุมารแพทย์เตือนวิธีเดิมๆ ของคนรุ่นก่อน อาจเสี่ยงถึงตาย

9 ความเชื่อในการเลี้ยงลูก กุมารแพทย์เตือนวิธีเดิมๆ ของคนรุ่นก่อน อาจเสี่ยงถึงตาย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

9 ความเชื่อในการเลี้ยงลูก กุมารแพทย์เตือนวิธีเดิมๆ ที่คนรุ่นก่อนทำกันมา อาจเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

เมื่อทางการแพทย์และคำแนะนำทางคลินิกสำหรับกุมารเวชศาสตร์มีการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง วิธีการเลี้ยงลูกบางอย่างที่เคยทำสืบต่อกันมาในอดีต อาจถูกพิสูจน์แล้วในปัจจุบันว่ามีความเสี่ยงแฝงอยู่ นายแพทย์เจเดน (Dr. Jaden) กุมารแพทย์ชื่อดัง ได้รวบรวม 9 ความเชื่อเดิมๆ ในการเลี้ยงลูกที่ควรปรับเปลี่ยน เพื่อให้สอดคล้องกับหลักฐานทางการแพทย์สมัยใหม่ โดยเน้นย้ำว่าการปรับเปลี่ยนนี้ไม่ใช่การปฏิเสธความเหนื่อยยากของคนรุ่นก่อน แต่เป็นการใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้เด็กเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยที่สุด

1. ใช้แอลกอฮอล์เช็ดตัวหรือใช้หมอนน้ำแข็งลดไข้

  • ทำไมถึงไม่แนะนำ: แอลกอฮอล์สามารถซึมผ่านผิวหนังทารกและทำให้เกิดพิษได้ ส่วนการประคบเย็นจัดหรือหมอนน้ำแข็งอาจทำให้เด็กหนาวสั่นจนไข้ยิ่งสูงขึ้น
  • วิธีที่ถูกต้อง: เช็ดตัวด้วยน้ำอุณหภูมิห้อง ระบายความร้อนอย่างเหมาะสม ดื่มน้ำให้เพียงพอ และใช้ยาลดไข้ตามคำแนะนำของแพทย์เมื่อจำเป็น

2. ทามหาหิงคุ์หรือวิกส์แก้ท้องอืดให้ทารก

  • ทำไมถึงไม่แนะนำ: ผิวหนังทารกบอบบางและดูดซึมสารได้ง่าย สารจำพวกการบูรหรือเมนทอลอาจระคายเคืองทางเดินหายใจ หรืออาจกดการหายใจในเด็กเล็กได้
  • วิธีที่ถูกต้อง: เน้นการไล่ลมด้วยการอุ้มเรอ นวดท้องเบาๆ หรือจัดท่าทาง ไม่แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเมนทอลหรือการบูรในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี

3. ท้องเสียต้องกินแค่โจ๊กขาว ขนมปัง หรือผสมนมให้จางลง

  • ทำไมถึงไม่แนะนำ: การกินตามสูตร BRAT (กล้วย ข้าว ซอสแอปเปิล ขนมปังปิ้ง) แบบเดิมทำให้เด็กขาดสารอาหารและอาจทำให้ท้องเสียนานกว่าเดิม
  • วิธีที่ถูกต้อง: แค่หลีกเลี่ยงอาหารมันๆ และกลับมาทานอาหารปกติให้เร็วที่สุด ดื่มนมได้ตามปกติ (หากจำเป็นให้เปลี่ยนเป็นนมปราศจากแลคโตสชั่วคราว) และดื่มผงเกลือแร่ (ORS)

4. ต้องปล่อยให้แผลแห้งสนิท

  • ทำไมถึงไม่แนะนำ: ความเชื่อเดิมที่ว่าแผลตกสะเก็ดคือแผลหายดีแล้วนั้นผิด ความจริงคือแผลที่แห้งเกินไปจะหายช้าและทิ้งรอยแผลเป็นชัดเจน
  • วิธีที่ถูกต้อง: ทำความสะอาดแผลและปิดแผลด้วยวัสดุที่เหมาะสม การรักษาความชุ่มชื้นที่สมดุลจะช่วยให้แผลสมานตัวได้เร็วกว่า

5. ใช้ยาแดงหรือน้ำยาไฮโดรเจนล้างแผลทุกครั้ง

  • ทำไมถึงไม่แนะนำ: หากใช้เป็นประจำ สารเหล่านี้จะทำลายเนื้อเยื่อที่กำลังสร้างใหม่ (Granulation tissue) ทำให้แผลหายช้าลง
  • วิธีที่ถูกต้อง: ใช้เฉพาะแผลที่มีความเสี่ยงติดเชื้อสูง แผลสะอาดทั่วไปแค่ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำเกลือปราศจากเชื้อก็เพียงพอแล้ว

6. รอให้ครบ 1 ขวบค่อยกินอาหารกลุ่มเสี่ยงภูมิแพ้

  • ทำไมถึงไม่แนะนำ: ข้อมูลนี้ถูกล้างบางแล้ว การประวิงเวลาให้กินช้ากลับเพิ่มความเสี่ยงในการแพ้อาหารมากขึ้น
  • วิธีที่ถูกต้อง: เริ่มให้ลูกลองทาน ไข่ ถั่วลิสง (แบบบดละเอียด) หรืออาหารกลุ่มเสี่ยงได้ตั้งแต่อายุ 4-6 เดือนขึ้นไป

7. ให้ลูกนอนคว่ำหัวจะได้สวย

  • ทำไมถึงไม่แนะนำ: อันตรายมาก! การนอนคว่ำเพิ่มความเสี่ยงต่อสภาวะหลับไม่ตื่นในทารก (SIDS)
  • วิธีที่ถูกต้อง: ให้นอนหงายทุกครั้งเมื่อนอนหลับ ส่วนการฝึกนอนคว่ำ (Tummy Time) ให้ทำเฉพาะตอนที่เด็กตื่นและมีผู้ใหญ่ดูแลอย่างใกล้ชิด

8. ใช้รถหัดเดินช่วยให้เดินได้เร็วขึ้น

  • ทำไมถึงไม่แนะนำ: งานวิจัยยืนยันว่ารถหัดเดินทำให้เด็กเดินได้ช้าลงกว่าปกติ และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุตกจากที่สูงหรือชนสิ่งของ
  • วิธีที่ถูกต้อง: ปล่อยให้เด็กเคลื่อนไหวอิสระบนพื้น ฝึกเกาะยืนและก้าวเดินตามเฟอร์นิเจอร์ตามธรรมชาติ

9. ทารกขี้หนาว ต้องห่อตัวให้หนาและแน่น

  • ทำไมถึงไม่แนะนำ: การห่อตัวหนาเกินไปทำให้เกิดความร้อนสะสมเกินขนาด (Heat Stress) และเพิ่มความเสี่ยง SIDS
  • วิธีที่ถูกต้อง: สวมเสื้อผ้าที่มากกว่าผู้ใหญ่เพียง 1 ชั้นก็พอ เช็กความร้อนที่หน้าอกและแผ่นหลัง หากอุ่นดีถือว่าใช้ได้
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล