เจาะชีวิต "สาธิต รังคสิริ" จากอธิบดีกรมสรรพากรดาวรุ่ง สู่คดีสะเทือนคลัง ยึดทอง 1.5 พันล้าน

เจาะชีวิต "สาธิต รังคสิริ" จากอธิบดีกรมสรรพากรดาวรุ่ง สู่คดีสะเทือนคลัง ยึดทอง 1.5 พันล้าน

เจาะชีวิต "สาธิต รังคสิริ" จากอธิบดีกรมสรรพากรดาวรุ่ง สู่คดีสะเทือนคลัง ยึดทอง 1.5 พันล้าน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดเส้นทางชีวิต “สาธิต รังคสิริ” จากอธิบดีกรมสรรพากรดาวรุ่ง สู่คดีร่ำรวยผิดปกติ ทองคำ 2 หมื่นบาทตกเป็นของแผ่นดิน

ชื่อของ สาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการส่งมอบทองคำแท่งของกลาง น้ำหนักรวมประมาณ 20,976 บาท มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงการคลัง เพื่อให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1256/2567

การส่งมอบดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยผู้แทน ป.ป.ช. เป็นผู้ดำเนินการส่งมอบให้กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง หลังศาลฎีกามีคำสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินอย่างเด็ดขาด

ต้นตอคดีร่ำรวยผิดปกติ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2559 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายสาธิต ในคดีร่ำรวยผิดปกติ ขณะดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร โดยตรวจพบว่ามีรายการสั่งซื้อทองคำแท่งในชื่อตนเองกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งรวม 15 รายการ

ป.ป.ช. เห็นว่าทรัพย์สินดังกล่าวมีมูลค่าสูงผิดปกติ และไม่สอดคล้องกับรายได้ตามปกติ จึงเข้าข่ายเป็นการร่ำรวยผิดปกติ และศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ทองคำทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดินในเวลาต่อมา

จากข้าราชการดาวรุ่ง สู่เส้นทางที่พลิกผัน

สาธิต รังคสิริ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในปี 2520 ต่อมาสำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ และศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขา Master of Arts (Economics) จาก Atlanta University ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2527

เส้นทางราชการเริ่มต้นในตำแหน่งนักวิชาการ 3 ที่กรมสรรพากร และมีบทบาทสำคัญในคณะทำงานศึกษาแนวทางการปรับระบบภาษีของประเทศ จากภาษีการค้ามาเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งถือเป็นการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ของไทยในขณะนั้น ทำให้เขาเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีมูลค่าเพิ่ม และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในข้าราชการดาวรุ่งของกระทรวงการคลัง

จุดเริ่มต้นของข้อกล่าวหา

ปี 2556 มีจดหมายร้องเรียนถึงพฤติกรรมที่อาจเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มผู้ส่งออกเศษเหล็ก ซึ่งขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในจำนวนที่สูงผิดปกติ แม้ในช่วงแรกจะยังไม่ปรากฏชื่อเกี่ยวข้องกับกระบวนการโกงภาษีโดยตรง แต่ต่อมาเหตุการณ์เริ่มขยายผล

วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 ขณะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งพักราชการนายสาธิต ต่อมา ป.ป.ช. ตรวจพบทรัพย์สินที่เข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ และมีคำสั่งอายัดทองคำมูลค่ากว่า 179 ล้านบาท

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้พ้นจากตำแหน่งราชการย้อนหลังตั้งแต่ 12 มกราคม 2559

บทสรุปในชั้นศาล

วันที่ 19 สิงหาคม 2564 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตในคดีทุจริตภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท

ต่อมาในปี 2567 ศาลฎีกามีคำสั่งให้ทองคำหนักประมาณ 20,976 บาท มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน และล่าสุดในปี 2569 ได้มีการส่งมอบทรัพย์สินดังกล่าวอย่างเป็นทางการให้กระทรวงการคลัง

บทเรียนจากคดีใหญ่ในประวัติศาสตร์ราชการไทย

คดีของอดีตอธิบดีกรมสรรพากรรายนี้ นับเป็นอีกหนึ่งคดีสำคัญที่สะท้อนกระบวนการตรวจสอบทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐ และกลายเป็นกรณีศึกษาที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมไทย ทั้งในแง่เส้นทางชีวิตราชการที่เคยรุ่งโรจน์ และจุดเปลี่ยนที่นำไปสู่บทสรุปในชั้นศาล

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล