ทำความเข้าใจ “ภาวะเด็กร้องกลั้น” คืออะไร อันตรายไหม? หลังชาวเน็ตห่วง "น้องโมเน่"

ห่วง “น้องโมเน่” วัย 2 ขวบ ร้องกลั้นกลางไลฟ์สดนานมาก ทำความเข้าใจ “ภาวะเด็กร้องกลั้น” คืออะไร อันตรายไหม?
จากประเด็นในโซเชียลที่หลายคนแสดงความเป็นห่วง “น้องโมเน่” เซเลปตัวน้อยวัย 2 ขวบ หลังมีชาวเน็ตแชร์คลิปขณะ "ร้องกลั้น" กลางไลฟ์สดนานมาก และเกิดการพูดคุยกันว่ามีความเสี่ยงอันตรายมากน้อยเพียงใด (ดูคลิป)
ภาวะเด็กร้องกลั้น คืออะไร?
ภาวะเด็กร้องกลั้น (Breath-holding spells) เป็นภาวะที่เด็กเล็ก โดยเฉพาะช่วงอายุประมาณ 6 เดือน ถึง 5 ปี ร้องไห้รุนแรงจากความโกรธ ตกใจ หรือเจ็บปวด แล้วเกิดการกลั้นหายใจโดยไม่ตั้งใจ บางรายอาจตัวเขียว ซีด หรือหมดสติชั่วครู่ก่อนจะกลับมาหายใจเองตามปกติ
แม้ภาพที่เห็นจะดูน่าตกใจ แต่แพทย์อธิบายว่า ภาวะนี้มักเกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ไม่ได้เกิดจากการตั้งใจกลั้นหายใจของเด็ก และโดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิดอันตรายถาวร
ลักษณะอาการที่พบบ่อย
- เด็กร้องไห้เสียงดัง ก่อนหยุดหายใจชั่วขณะ
- ตัวเขียวหรือซีดลง
- อาจอ่อนแรงหรือหมดสติสั้น ๆ ไม่กี่วินาที
- ฟื้นตัวได้เองและกลับมาเป็นปกติ
อาการมักเกิดขึ้นรวดเร็วและจบลงภายในเวลาไม่นาน หากเด็กฟื้นตัวเองได้ ไม่มีอาการชักเกร็งรุนแรงหรือหมดสตินานผิดปกติ ส่วนใหญ่ไม่ถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉิน แต่ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด
ทำไมจึงเกิดภาวะเด็กร้องกลั้น?
สาเหตุหลักเกี่ยวข้องกับการตอบสนองของระบบประสาทอัตโนมัติที่ไวต่ออารมณ์ เมื่อเด็กโกรธ เสียใจ หรือเจ็บตัว ร่างกายอาจตอบสนองรุนแรงกว่าปกติ บางรายมีปัจจัยเรื่องภาวะขาดธาตุเหล็กร่วมด้วย ซึ่งอาจทำให้อาการเกิดบ่อยขึ้น
โดยทั่วไป ภาวะเด็กร้องกลั้น จะค่อย ๆ ลดลงและหายไปเองเมื่อเด็กโตขึ้น เพราะระบบประสาทมีความสมดุลมากขึ้นตามวัย
พ่อแม่ควรรับมืออย่างไร?
- ตั้งสติ ไม่เขย่าหรืออุ้มแรง ๆ
- วางเด็กในท่าปลอดภัย เช่น นอนตะแคงบนพื้นราบ
- รอให้เด็กกลับมาหายใจเอง
- หากหมดสตินานเกิน 1 นาที หรือมีอาการชัก ควรรีบพบแพทย์
สิ่งสำคัญคือการประเมินโดยแพทย์เพื่อแยกโรคอื่น เช่น โรคลมชัก หรือปัญหาหัวใจ หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น ภาวะเด็กร้องกลั้น จริง ผู้ปกครองสามารถดูแลตามคำแนะนำและติดตามอาการได้โดยไม่ต้องวิตกกังวลเกินไป
สรุป น่ากังวลแค่ไหน?
แม้ภาพของเด็กที่ร้องแล้วเหมือนหยุดหายใจจะทำให้ผู้ใหญ่ตกใจ แต่ ภาวะเด็กร้องกลั้น ส่วนใหญ่ไม่เป็นอันตรายร้ายแรง และมักหายได้เองเมื่อโตขึ้น อย่างไรก็ตาม หากอาการเกิดบ่อย รุนแรง หรือมีลักษณะผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความมั่นใจและความปลอดภัยของเด็ก
- ทำไมเด็กๆ ถึงหลับไปหลังจากโดนตี? ความจริงช่างน่าเศร้า พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่รู้ คิดว่าเหนื่อย...
- ฮาร์วาร์ดชี้เป้า! พาลูกไป "5 สถานที่นี้" ได้ผลกว่าท่องตำราร้อยเล่ม ข้อ 4 คือจุดเปลี่ยนชีวิต
![]()
ขอบคุณข้อมูลอ้างอิง
อัลบั้มภาพ 22 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




