ชายโพสต์ถาม นี่ตัวอะไร? ตกได้ที่ลำตะคอง ผู้รู้เห็นแล้วตาโต ลั่นมาได้ไง สงสารสัตว์ท้องถิ่นล่วงหน้า!!

ชายโพสต์ถาม นี่ตัวอะไร? ตกได้ที่ลำตะคอง ผู้รู้เห็นแล้วตาโต ลั่นมาได้ไง สงสารสัตว์ท้องถิ่นล่วงหน้า!!

ชายโพสต์ถาม นี่ตัวอะไร? ตกได้ที่ลำตะคอง ผู้รู้เห็นแล้วตาโต ลั่นมาได้ไง สงสารสัตว์ท้องถิ่นล่วงหน้า!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ฮือฮา! พบปลาปริศนากลางลำตะคลอง สีคิ้ว ชาวเน็ตชี้เป้า “เรดเทลแคทฟิช” หวั่นกระทบระบบนิเวศ

ทำเอาชาวโซเชียลตั้งคำถามกันสนั่น หลังเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพปลาปริศนาลงในกลุ่ม “นี่ตัวอะไร” ภายหลังไปตกปลาไว้บริเวณลำตะคลอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา แล้วมีปลาหน้าตาแปลกตาติดเบ็ดขึ้นมา

เจ้าของโพสต์ระบุว่า ปลาตัวดังกล่าวมีน้ำหนักเกือบ 1 กิโลกรัม และยอมรับว่าไม่เคยเห็นปลาลักษณะนี้มาก่อน จึงนำภาพมาโพสต์สอบถามเพื่อขอความเห็นจากผู้รู้ในโลกออนไลน์

ลำตัวยาวไร้เกล็ด หางสีส้มแดงสะดุดตา

จากภาพที่ถูกแชร์ออกไป จะเห็นได้ว่าปลาตัวนี้มีรูปร่างเรียวยาว ผิวเรียบไม่มีเกล็ด สีด้านบนออกเทาเข้มหรือดำ ตัดกับแถบสีขาวบริเวณด้านข้างลำตัวอย่างชัดเจน ส่วนหัวมีขนาดใหญ่และแบนเล็กน้อย พร้อมหนวดปลายื่นออกมาคล้ายปลาดุก

จุดที่สะดุดตาที่สุดคือบริเวณหาง ซึ่งมีสีส้มแดงสด แตกต่างจากสีลำตัวส่วนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้หลายคนมองว่าเป็นปลาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่เหมือนปลาพื้นถิ่นทั่วไป

ชาวเน็ตชี้ นี่คือ “เรดเทลแคทฟิช” จากอเมซอน

หลังโพสต์ถูกเผยแพร่ มีสมาชิกจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยหลายคนระบุว่าปลาชนิดนี้คือ เรดเทลแคทฟิช หรือที่รู้จักกันในชื่อปลาเรดเทลแคทฟิช ปลาน้ำจืดจากทวีปอเมริกาใต้ โดยเฉพาะแถบลุ่มแม่น้ำอเมซอน

ปลาเรดเทลแคทฟิชเป็นปลาที่นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม และสามารถเติบโตได้ขนาดใหญ่มาก บางข้อมูลระบุว่าสามารถยาวได้มากกว่า 1 เมตร อีกทั้งยังเป็นปลากินเนื้อที่ล่าปลาและสัตว์น้ำอื่นเป็นอาหาร แถมยังกินดุมากด้วย

เอเลี่ยนสปีชีส์ กระทบปลาพื้นถิ่น

อย่างไรก็ตาม มีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยแสดงความกังวล โดยชี้ว่าปลาเรดเทลแคทฟิชจัดเป็นสัตว์ต่างถิ่น หรือเอเลี่ยนสปีชีส์ หากถูกปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศได้ เนื่องจากเป็นปลาที่กินเก่งและมีศักยภาพในการล่าปลาพื้นถิ่นสูง

บางความเห็นให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่พบปลาชนิดนี้ในธรรมชาติ อาจเกิดจากผู้เลี้ยงนำมาปล่อยลงน้ำเมื่อไม่สามารถเลี้ยงต่อได้ พร้อมเตือนว่า จากขนาดเกือบ 1 กิโลกรัมที่พบในครั้งนี้ ยังถือว่าเล็กเมื่อเทียบกับขนาดเต็มวัย ซึ่งสามารถเติบโตได้อีกมาก

กรณีดังกล่าวจึงกลายเป็นอีกประเด็นที่สะท้อนคำถามสำคัญเรื่องการปล่อยสัตว์ต่างถิ่นลงสู่ธรรมชาติ และผลกระทบที่อาจตามมาในระยะยาว

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล