หมอเผย 5 "ซุปทำลายไต" ของโปรดคนไทยทั้งนั้น! เหมือนดื่มยาพิษ เสี่ยงไตพังไม่รู้ตัว

หมอเตือน 5 อันดับ “เมนูซุปทำลายไต” แต่ละน้ำซุปของโปรดคนไทยทั้งนั้น เสี่ยงไตเสื่อมไม่รู้ตัว
หลายคนมีนิสัยชอบซดน้ำซุปร้อนๆ เวลาอากาศหนาวหรือรู้สึกเหนื่อยล้า เพื่อหวังบำรุงร่างกาย แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่คุณกำลังดื่มเข้าไปอาจไม่ใช่สารอาหารที่มีประโยชน์ แต่กลับเป็น "ยาพิษ" ที่ส่งผลให้ไตพังเร็วกว่ากำหนด! นพ.หง หย่งเซียง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต จากไต้หวัน ได้ออกมาโพสต์เตือนผ่านเฟซบุ๊กถึงวัฒนธรรมการกินที่เน้นการซดน้ำซุป ซึ่งแฝงไปด้วยอันตรายมหาศาล
คุณหมอเตือนว่า ไตเป็นอวัยวะที่เงียบเชียบ แม้จะเสียหายไปกว่า 50% ร่างกายก็แทบไม่แสดงอาการ กว่าจะรู้ตัวเมื่อมีอาการเหนื่อย บวม หรือปัสสาวะเป็นฟอง ก็มักจะเข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้ว โดยคุณหมอได้จัดอันดับ "5 เมนูซุปทำลายไต" ที่ควรระวัง ซึ่งอันดับ 1 และ 2 ล้วนเป็นเมนูยอดฮิตที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
อันดับ 5: น้ำซุปราเมนญี่ปุ่น (ระเบิดโซเดียม)
เวลาไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือเข้าร้านราเมน หลายคนมักซดน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นจนหมดชามเพื่อความสะใจ แต่คุณหมอเตือนว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้ผู้ใหญ่รับประทานโซเดียมไม่เกิน 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน ในขณะที่ราเมนหนึ่งชามอาจมีโซเดียมสูงถึง 3,500–5,000 มิลลิกรัม การรับประทานโซเดียมเกินขนาดจะทำให้ความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นเลือดฝอยในไตแข็งตัวและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
อันดับ 4: ซุปข้นและแกงจืดใส่แป้ง (แป้งและกรดออกซาลิก)
เมนูจำพวกซุปเสฉวน หรือราดหน้า กระเพาะปลาที่มีการเติมแป้งมันเพื่อเพิ่มความข้นหนืด ถือเป็นภัยเงียบสองต่อ อย่างแรกคือแป้งที่ใช้ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ซึ่งเบาหวานเป็นสาเหตุหลักของการฟอกไตในปัจจุบัน อย่างที่สองคือส่วนผสมอย่างเต้าหู้หรือหน่อไม้ มักมีกรดออกซาลิกสูง เมื่อจับตัวกับแคลเซียมจะกลายเป็นนิ่ว หากอุดตันท่อไตจะทำให้เกิดภาวะไตบวมน้ำ และทำลายเนื้อไตอย่างถาวร
อันดับ 3: น้ำซุปก้นหม้อสุกี้/ชาบู (สารเคมีเข้มข้น)
น้ำซุปสุกี้หรือชาบูที่ต้มเดือดนานเกิน 30 นาที ถูกเปรียบเปรยว่าเป็น "ฝันร้ายของหมอโรคไต" เพราะมันคือแหล่งรวมสารเคมีเข้มข้น ทั้งฟอสเฟตจากเนื้อสัตว์ สารกันบูดจากลูกชิ้น และโพแทสเซียมที่ออกมาจากผัก ยิ่งใครชอบนำข้าวลงไปต้มทำข้าวต้มตบท้าย เท่ากับคุณกำลังตักสารพิษเข้มข้นเข้าสู่ไตเต็มๆ
iStockphoto
อันดับ 2: น้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวนาน (โลหะหนักและฟอสฟอรัส)
ความเชื่อที่ว่าดื่มน้ำซุปกระดูกเพื่อเสริมแคลเซียม เป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์! เพราะนอกจากจะไม่ได้แคลเซียมเท่าที่ควรแล้ว สิ่งที่ได้แถมมาคือ "สารตะกั่ว" เนื่องจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 90% จะสะสมตะกั่วไว้ที่กระดูก การเคี่ยวนานๆ จะทำให้โลหะหนักเหล่านี้ละลายออกมา รวมถึงยังมีฟอสฟอรัสสูง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผู้ที่มีภาวะไตเสื่อม
อันดับ 1: ซุปสมุนไพรยาจีนไม่ทราบแหล่งที่มา (เพชฌฆาตเงียบ)
เมนูที่ครองแชมป์ทำลายไตคือ "ซุปตุ๋นยาจีน" ที่หลายคนมองว่าเป็นยาบำรุง คุณหมออธิบายว่าสมุนไพรคือพืชที่มีโพแทสเซียมเข้มข้นสูง หากไตทำงานไม่ดีและขับโพแทสเซียมออกไม่ได้ จะเสี่ยงต่อภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง จนอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะและหยุดเต้นเฉียบพลันได้ สำหรับผู้ป่วยโรคไต การดื่มซุปสมุนไพรที่ไม่รู้ส่วนประกอบชัดเจน อาจเปรียบเสมือนการซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไปห้องฟอกไตเลยทีเดียว
คำแนะนำเพื่อถนอมไต
คุณหมอหง ทิ้งท้ายว่า หลายคนไม่ทานเค็มแต่ค่าไตกลับแย่ลง สาเหตุหลักมาจาก "ฟอสฟอรัสแฝง" และ "สารสกัดจากเนื้อสัตว์เข้มข้น" ในน้ำซุปเหล่านี้ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ ปรับพฤติกรรมเลือกทานซุปใสแทนซุปข้น หลีกเลี่ยงการซดน้ำซุปที่เคี่ยวนานเกิน 40 นาที และยึดหลัก "กินเนื้อเหลือแต่น้ำ" เพื่อไม่ให้ความหวังดีในการบำรุงร่างกาย กลายเป็นการทำร้ายไตโดยไม่รู้ตัว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี