เสือดุสิตคือใคร? ประวัติ "เสือ ดุสิต" จากตำนานบุกบ่อน สู่บทบาทอินฟลูฯ สายบุญ

เปิดประวัติ "เสือ ดุสิต" จากตำนานบุกบ่อน สู่อินฟลูฯ สายบุญ ก่อนพัวพันคดีเดือด 3 รุม 1
ชื่อของ "เสือ ดุสิต" กลับมาเป็นที่พูดถึงและติดเทรนด์โซเชียลอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เรื่องราวของการทำบุญหรือชกมวย ทว่ากลับเป็นคดีความรุนแรง หลังตกเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุรุมทำร้ายชายวัย 55 ปี ภายในร้านอาหารย่านสนามบินน้ำ จ.นนทบุรี เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 จนคู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส ปอดทะลุ และต้องเข้ารักษาตัวในห้อง ICU
เหตุการณ์นี้เกิดจากปมหึงหวงแฟนสาว ซึ่งเจ้าตัวได้ออกมายอมรับผิดและขอโทษสังคม โดยอ้างว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ วันนี้ Sanook News จะพาไปย้อนเส้นทางชีวิตของชายผู้นี้ ว่าเขาคือใคร และผ่านวีรกรรมอะไรมาบ้าง

จุดเริ่มต้นฉายา "เสือ ดุสิต" คือใคร?
นายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือที่รู้จักกันในชื่อ "เสือ ดุสิต" ปัจจุบันอายุ 40 ปี เป็นชาวกรุงเทพมหานคร ย่านสายไหม จบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีดุสิต เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างเมื่อปี 2562 จากคลิปไวรัลเหตุการณ์ "บุกปล้นบ่อน" ย่านสะพานใหม่ ซึ่งกลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศในขณะนั้น
ในเหตุการณ์ดังกล่าว เสือ ดุสิต และพวก ได้บุกเข้าไปในบ่อนการพนันพร้อมอาวุธ แต่ภายหลังเจ้าตัวได้ออกมาเปิดเผยว่า ที่ทำลงไปเพราะถูกโกงเงินจากการเล่นพนัน จึงต้องการไปทวงเงินคืนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาปล้นทรัพย์แบบโจรทั่วไป จนได้รับฉายาจากชาวเน็ตบางกลุ่มว่า "พระเอกในคราบนักเลง" ก่อนที่ศาลจะยกฟ้องในคดีดังกล่าวเมื่อปี 2565

จากนักสู้ Fight Club สู่การเปลี่ยนลุคเป็นสายบุญ
นอกเหนือจากคดีความ เสือ ดุสิต ยังเป็นที่รู้จักในแวดวงมวยข้างถนน หรือรายการ Fight Club Thailand ด้วยสไตล์การชกที่ดุดัน กล้าแลก กล้าบวก ทำให้เขามีฐานแฟนคลับที่ชื่นชอบในความใจถึง และมักจะมีกรณีพิพาทกับคนดังในโซเชียล เช่น เสี่ยโป้ หรือ เสี่ยบุ๊ค ซึ่งมักจะจบลงด้วยการนัดเคลียร์ใจบนสังเวียนมวย
ในช่วงหลัง เสือ ดุสิต พยายามปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเองใหม่ หันมาใช้โซเชียลมีเดียในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นการแจกสิ่งของให้ผู้ยากไร้ หรือร่วมกิจกรรมการกุศลต่างๆ จนเริ่มถูกเรียกขานในอีกมุมหนึ่งว่าเป็น "อินฟลูฯ สายบุญ" และมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

บทสรุปดราม่าล่าสุด ปิดตำนานสายบุญ?
อย่างไรก็ตาม ภาพลักษณ์ที่สร้างมาต้องสั่นคลอนอีกครั้งจากเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายล่าสุด แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าจะรับผิดชอบค่าเสียหายและเยียวยาคู่กรณี แต่สังคมยังคงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่ปฏิเสธว่าไม่ได้พูดท้าทายตำรวจ หรือวลี "นนทบุรี ใครก็ได้" ตามที่เป็นข่าว
สุดท้ายแล้ว คดีนี้จะจบลงอย่างไร คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ส่วนเส้นทางของ "เสือ ดุสิต" ในโลกโซเชียลหลังจากนี้ จะสามารถกู้ศรัทธากลับคืนมาได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไป
อัลบั้มภาพ 9 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี




