ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงของ "โคล่า-เฟรนช์ฟรายส์" หมอเฉลยแล้ว ทำไมกินแล้วหายปวดหัว

ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงของ "โคล่า-เฟรนช์ฟรายส์" หมอเฉลยแล้ว ทำไมกินแล้วหายปวดหัว

ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงของ "โคล่า-เฟรนช์ฟรายส์" หมอเฉลยแล้ว ทำไมกินแล้วหายปวดหัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ประโยชน์ที่คาดไม่ถึงของ "โคล่า-เฟรนช์ฟรายส์" หมอเฉลยแล้ว ทำไมกินแล้วหายปวดหัว ได้ผลเหมือนกินยา

กลายเป็นประเด็นไวรัลบนโลกออนไลน์ที่มีผู้เข้าชมมากกว่า 992,000 ครั้ง และกดไลก์กว่า 21,000 ครั้ง เมื่อมีชาวเน็ตแชร์ประสบการณ์ว่าอาการปวดศีรษะรุนแรงหายเป็นปลิดทิ้งหลังจากดื่ม "โคล่า" จนถึงขั้นรีวิวว่า "ดื่มแล้วฟื้นคืนชีพทันที" ร้อนถึงเหล่าแพทย์และผู้เชี่ยวชาญต้องออกมาให้ข้อมูลถึงสาเหตุเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้

นายแพทย์เวิน จื่อเหยียน (Dr. Wen Zi-yan) แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ได้อธิบายผ่านคอมเมนต์ในโพสต์ดังกล่าวว่า เครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลมสีดำนั้นมีส่วนประกอบของ คาเฟอีน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้หลอดเลือดในสมองที่ขยายตัวเกิดการหดตัวลง นอกจากนี้คาเฟอีนยังช่วยยับยั้งการทำงานของสารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นสารที่ส่งสัญญาณความเจ็บปวด จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระงับปวดได้คล้ายกับยาแก้ปวดที่วางขายตามท้องตลาด

น้ำตาลและคาเฟอีน: สองประสานสยบอาการปวด

นอกเหนือจากเรื่องของหลอดเลือด นายแพทย์เวินยังระบุเพิ่มเติมว่าบางครั้งอาการปวดหัวอาจเกิดจากสภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งน้ำตาลกลูโคสความเข้มข้นสูงในโคล่าสามารถช่วยเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างรวดเร็ว ช่วยแก้ไขวิกฤตพลังงานของสมองได้ทันที อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้เตือนว่าการได้รับคาเฟอีนมากเกินไปอาจกลายเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงกว่าเดิมเมื่อฤทธิ์ยาหมดลง หรือที่เรียกว่า "Caffeine Rebound Headache"

ทางด้าน แพทย์จีน เฉิน ป๋อไท่ (Dr. Chen Bo-tai) ได้ให้มุมมองในเชิงการแพทย์แผนจีนว่า รสหวานมีสรรพคุณในการบรรเทาความเจ็บปวด ตามหลักการ "ตับตึงเครียด ให้กินของหวานเพื่อบรรเทา" การได้รับความหวานในปริมาณที่พอเหมาะช่วยให้ผ่อนคลายความเครียดและลดอาการปวดหัวจากความกดดันได้ แต่หากรับประทานน้ำตาลขัดสีมากเกินไปจากขนมหรือเครื่องดื่มชงเย็นๆ อาจส่งผลให้ "ความชื้น" ในร่างกายเพิ่มขึ้นและทำให้อาการปวดหัวแย่ลงได้เช่นกัน

สูตรลับ "เฟรนช์ฟรายส์ + โคล่า" กับกลไกทางโภชนาการ

คุณหลิน เจี้ยนฮุย (Lin Jian-hui) นักโภชนาการ ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเมนู "เฟรนช์ฟรายส์ขนาดใหญ่ + โคล่า" ว่าสามารถช่วยบรรเทาอาการไมเกรนได้ในบางกรณี โดยมีเหตุผลรองรับดังนี้:

  • เกลือบนเฟรนช์ฟรายส์: ช่วยเติมเต็มอิเล็กโทรไลต์ (Electrolytes) ที่ร่างกายสูญเสียไป
  • คาเฟอีนในโคล่า: ช่วยกระตุ้นการหดตัวของหลอดเลือดในสมอง
  • สภาวะทางจิตใจ: การได้รับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ชื่นชอบช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียดลดลง

แม้ว่าวิธีการนี้จะช่วยบรรเทาอาการได้ในเบื้องต้นสำหรับบางราย แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าหากมีอาการปวดศีรษะเรื้อรังหรือรุนแรงผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่เหมาะสม แทนการพึ่งพาเครื่องดื่มหรืออาหารเพียงอย่างเดียว

อันตรายจากการดื่มน้ำอัดลม กินเฟรนช์ฟรายส์

  • ความเสี่ยงโรคอ้วนและเบาหวาน: น้ำอัดลม 1 กระป๋องอาจมีน้ำตาลสูงเกินกว่าปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็วและเกิดการสะสมเป็นไขมันพอกตับ
  • ฟันผุและกระดูกพรุน: กรดฟอสฟอริกในน้ำอัดลมจะไปกัดกร่อนสารเคลือบฟัน และขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะกระดูกบางในอนาคต
  • อาการดื้อคาเฟอีน: การใช้คาเฟอีนจากน้ำอัดลมแก้ปวดหัวบ่อยๆ จะทำให้ร่างกายต้องการปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นอาการเสพติด และหากหยุดดื่มจะทำให้ปวดหัวรุนแรงกว่าเดิม (Caffeine Withdrawal)

โทษของ "ของทอด" ตัวร้ายทำลายระบบหลอดเลือด

  • ไขมันอุดตันในเส้นเลือด: ของทอดมักประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์สูง ซึ่งจะไปเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ทำให้เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองตีบ
  • สารก่อมะเร็ง: กระบวนการทอดอาหารด้วยน้ำมันที่ใช้ซ้ำหรือใช้ความร้อนสูงเป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ซึ่งเป็นสารที่สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติจัดว่าเป็นสารที่อาจก่อมะเร็งในมนุษย์
  • กระตุ้นการอักเสบในร่างกาย: ของทอดเป็นตัวการหลักที่กระตุ้นการอักเสบในระดับเซลล์ ซึ่งแทนที่จะช่วยลดอาการปวด อาจกลับทำให้ร่างกายอ่อนแอและฟื้นตัวช้าลงในระยะยาว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล