เกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย? เมื่อ "กลืนน้ำอสุจิ" ลงท้อง แล้วจะอยู่ในร่างกายได้นานแค่ไหน

เกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย? เมื่อ "กลืนน้ำอสุจิ" ลงท้อง แล้วจะอยู่ในร่างกายได้นานแค่ไหน

เกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย? เมื่อ "กลืนน้ำอสุจิ" ลงท้อง แล้วจะอยู่ในร่างกายได้นานแค่ไหน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คลิปจำลองชวนอึ้ง เผยกระบวนการในร่างกายเมื่อมีน้ำอสุจิเข้าสู่ร่างกาย แล้วจะอยู่ในร่างกายได้นานแค่ไหน

คลิปวิดีโอเชิงการแพทย์บน TikTok กำลังถูกพูดถึงอย่างมาก หลังอธิบายอย่างเป็นขั้นตอนว่า เมื่อมีน้ำอสุจิเข้าสู่ร่างกายทางปาก ระบบภายในจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยเนื้อหานำเสนอในเชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความเข้าใจตามหลักการแพทย์

คลิปจำลองอธิบายการทำงานของระบบย่อยอาหาร

วิดีโอดังกล่าวเผยแพร่โดยแพทย์ผู้ใช้ชื่อว่า Dr Boogie ใช้โมเดลร่างกายมนุษย์แบบเห็นอวัยวะภายใน แสดงให้เห็นของเหลวสีขาวไหลผ่านลำคอ เปรียบเทียบกับน้ำอสุจิ เพื่ออธิบายเส้นทางการย่อยในร่างกายอย่างชัดเจน

น้ำอสุจิประกอบด้วยอะไรบ้าง

ข้อมูลจาก Healthline ระบุว่า เซลล์อสุจิคิดเป็นเพียงประมาณ 1–5% ของน้ำอสุจิทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นของเหลวที่เรียกว่า seminal plasma ซึ่งมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก และทำหน้าที่พาเซลล์อสุจิออกมาเท่านั้น

เกิดอะไรขึ้นเมื่อเข้าสู่กระเพาะอาหาร

เมื่อกลืนลงไป ของเหลวจะไหลผ่านหลอดอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหารเช่นเดียวกับอาหารทั่วไป กรดและเอนไซม์ในกระเพาะ เช่น เพปซิน จะทำหน้าที่ย่อยสลายโปรตีนและทำให้เซลล์อสุจิหมดสภาพอย่างรวดเร็ว จึงไม่สามารถทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ตามความเชื่อผิด ๆ ที่เคยแพร่กันมา

อยู่ในร่างกายนานแค่ไหน

เนื่องจากน้ำอสุจิมีปริมาณน้อยและไม่มีเส้นใย กระบวนการย่อยจึงเกิดขึ้นค่อนข้างเร็ว ของเหลวที่ถูกย่อยแล้วจะถูกส่งต่อไปยังลำไส้เล็ก เพื่อดูดซึมสารอาหารเล็กน้อย ก่อนถูกขับออกจากร่างกายตามกระบวนการปกติ

ให้ประโยชน์ทางโภชนาการหรือไม่

ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า ปริมาณสารอาหารในน้ำอสุจิมีน้อยมากจนไม่ส่งผลต่อสุขภาพ Healthline ระบุว่าต้องบริโภคในปริมาณมากผิดปกติจึงจะเห็นผลด้านโภชนาการ ซึ่งในทางปฏิบัติแทบเป็นไปไม่ได้

ข้อควรระวังด้านสุขภาพ

โดยทั่วไป น้ำอสุจิถือว่าปลอดภัยต่อร่างกาย แต่ในบางกรณีที่พบได้น้อยมาก อาจมีผู้ที่แพ้โปรตีนบางชนิด นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงในการติดต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ จึงควรสื่อสารและป้องกันอย่างเหมาะสมตามความสมัครใจและความปลอดภัยของทั้งสองฝ่าย

  1. UNILAD
  2. Healthline

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล