ศาลสั่งไม่ยึดทรัพย์ "ทนายตั้ม" แม้ยังไม่พ้นคดี เปิดสาเหตุรอด หลายคนคาดไม่ถึง!!

ศาลยกคำร้อง ไม่ยึดทรัพย์ “ทนายตั้ม” คดีฉ้อโกง 111 ล้าน ชี้ยังไม่ชัดเข้าข่ายฟอกเงิน
คดีใหญ่ที่สังคมจับตาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวสำคัญ เมื่อศาลมีคำสั่งยกคำร้องของอัยการ ที่ขอให้ทรัพย์สินของ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ตกเป็นของแผ่นดิน ในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาฉ้อโกง “เจ๊อ้อย” เศรษฐินีชาวไทยในฝรั่งเศส โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะชี้ชัดว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานฟอกเงิน พร้อมสั่งคืนทรัพย์สินทั้งหมด
จุดเริ่มต้นคดี 111 ล้าน จากข้อกล่าวหาหลอกลงทุน
ย้อนกลับไปช่วงปลายปี 2567 เจ๊อ้อยเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับทนายตั้มในหลายประเด็น โดยเฉพาะเงินจำนวน 71 ล้านบาท ที่อ้างว่าถูกชักชวนให้ร่วมลงทุนในระบบสลากออนไลน์ แต่ฝ่ายทนายตั้มยืนยันว่าเป็นเงินที่อีกฝ่ายให้โดยเสน่หา นอกจากนี้ยังมีเงินอีก 39 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับการอ้างว่าถูกสแกมเมอร์หลอก รวมถึงกรณีซื้อรถหรูและประเด็นพินัยกรรมที่ถูกตั้งข้อสังเกต
ต่อมาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมทนายตั้มพร้อมภรรยา และไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากศาลเห็นว่าอาจมีความเสี่ยงต่อการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทั้งสองจึงถูกควบคุมตัวในเรือนจำตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีรายงานว่าทนายตั้มมีสภาพร่างกายซูบผอมลง แต่ยังคงยืนยันต่อสู้คดี
อัยการสั่งฟ้อง พร้อมเรียกเงินคืนกว่า 111 ล้านบาท
ในเวลาต่อมา อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องทนายตั้ม ภรรยา และผู้เกี่ยวข้องรวม 7 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและฟอกเงิน พร้อมเรียกให้ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายรวมกว่า 111 ล้านบาท ขณะที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล โดยมีการนัดสืบพยานอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2568 เมื่ออดีตคนสนิท 2 คน พลิกคำให้การและยอมรับสารภาพบางส่วนในคดีฉ้อโกงเงิน 100 ล้านบาท ซึ่งส่งผลต่อทิศทางของรูปคดี และกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด
ศาลชี้ชัด ยังยึดทรัพย์ไม่ได้ คดีหลักยังเดินหน้าต่อ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลมีคำสั่งยกคำร้องของอัยการ ที่ขอให้ยึดทรัพย์สินเป็นของแผ่นดิน โดยให้เหตุผลว่ายังไม่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับความผิดมูลฐานฟอกเงิน ส่งผลให้ทรัพย์สินทั้งหมดต้องถูกคืนให้เจ้าของ
อย่างไรก็ตาม คดีฉ้อโกงหลักยังไม่สิ้นสุด โดยศาลอาญามีกำหนดนัดสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 4 มีนาคม 2569 ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญในการพิจารณาข้อเท็จจริง และชี้ชะตาคดีที่สังคมยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด
สรุปสถานการณ์คดีทนายตั้มล่าสุด
แม้ศาลจะมีคำสั่งไม่ให้ยึดทรัพย์สินในครั้งนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคดีทั้งหมดจะสิ้นสุดลง เนื่องจากกระบวนการพิจารณาคดีฉ้อโกงยังคงดำเนินต่อไป และผลการตัดสินในอนาคตจะเป็นตัวกำหนดบทสรุปของคดีที่กลายเป็นหนึ่งในคดีใหญ่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาฃ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

