รู้ตัวหรือยัง? เตือน 6 กลุ่มคน ไม่ควร "กินหมู" มากเกินไป จะกลายเป็นตายผ่อนส่ง!!

ระวัง! 6 กลุ่มเสี่ยง "ไม่ควรทานเนื้อหมูเยอะ" แม้จะอร่อยแต่แฝงอันตราย เสี่ยงโรคกำเริบ-หัวใจวายไม่รู้ตัว
เนื้อหมูคือโปรตีนหลักในมื้ออาหารของหลายครอบครัว เพราะหาซื้อง่ายและทำเมนูได้หลากหลาย แต่รู้หรือไม่ว่าสำหรับบางคน "เนื้อหมู" อาจไม่ใช่ของอร่อยที่ปลอดภัยเสมอไป แพทย์เตือนเครื่องในและเนื้อติดมันมีสารที่กระตุ้นโรคประจำตัวให้ทรุดหนัก มาเช็กกันด่วนว่าคุณหรือคนในครอบครัวอยู่ในกลุ่มเสี่ยงนี้หรือไม่!
ทำไมเนื้อหมูถึงมีทั้ง "คุณ" และ "โทษ"?
ในแง่ของโภชนาการ เนื้อหมูคือแหล่งโปรตีนชั้นดี มีทั้งธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินบีรวมที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่ในขณะเดียวกัน เนื้อหมูก็มี "พิวรีน" และ "ไขมันอิ่มตัว" สูง ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของโรคเรื้อรังหลายชนิด
6 กลุ่มบุคคลที่ควร "จำกัด" การทานเนื้อหมู
- ผู้ป่วยโรคเกาต์: เนื้อหมูโดยเฉพาะ "เครื่องใน" มีสารพิวรีนสูงมาก เมื่อร่างกายย่อยสลายสารนี้จะเปลี่ยนเป็นกรดพิวริก หากมีสะสมในเลือดมากเกินไปจะทำให้ปวดข้อและอักเสบอย่างรุนแรง
- ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง: เนื้อหมูติดมันมีคอเลสเตอรอลและไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งจะไปสะสมตามผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบและเสี่ยงต่อโรคหัวใจ
- ผู้ป่วยโรคไต/นิ่วในไต: การทานโปรตีนจากหมูมากเกินไปจะเพิ่มสาร "ออกซาเลต" ในปัสสาวะ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดนิ่ว
- ผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน/อ้วน: เนื้อหมูให้พลังงานสูง หากเน้นทานส่วนที่มีมันจะทำให้ลดน้ำหนักได้ยากและเสี่ยงต่อโรคเบาหวานตามมา
- ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง: ไขมันอิ่มตัวในเนื้อแดงจะทำให้หลอดเลือดทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ความดันพุ่งสูงจนคุมได้ยาก
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ: แนะนำให้จำกัดปริมาณการทานเพียง 50-70 กรัมต่อมื้อ และควรเลือกเฉพาะเนื้อแดงส่วนที่ไม่ติดมันเท่านั้น เพื่อป้องกันลิ่มเลือดอุดตันและภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
สุขภาพดีเริ่มต้นที่การเลือกทาน แม้เนื้อหมูจะเป็นของโปรดแต่หากเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยง การลดปริมาณลงหรือเลือกทานเฉพาะส่วนที่มีประโยชน์ก็จะช่วยให้เราอิ่มอร่อยได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพค่ะ ใครที่มีคนใกล้ตัวชอบทานหมูติดมัน อย่าลืมแชร์บทความนี้ไปเตือนกันด้วย

ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี