หลายคนไม่รู้มาก่อน! "Disneyland" กับ "Disney World" แตกต่างกันอย่างไร?

หลายคนไม่รู้มาก่อน! "Disneyland" กับ "Disney World" แตกต่างกันอย่างไร?

หลายคนไม่รู้มาก่อน! "Disneyland" กับ "Disney World" แตกต่างกันอย่างไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เมื่อพูดถึงสวนสนุกของดิสนีย์ หลายคนมักนึกถึงชื่อ Disneyland (ดิสนีย์แลนด์) กับ Disney World หรือ Walt Disney World (ดิสนีย์ เวิลด์ หรือ วอลต์ ดิสนีย์ เวิลด์) จนเกิดคำถามว่าทั้งสองแห่งเหมือนกันหรือไม่?

ความจริงแล้วแม้จะอยู่ภายใต้แบรนด์ดิสนีย์เหมือนกัน แต่ทั้งสองสถานที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งด้านประวัติความเป็นมา ขนาดพื้นที่ จำนวนสวนสนุก รวมถึงรูปแบบประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวจะได้รับ

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจความแตกต่างของ Disneyland และ Disney World ที่สหรัฐอเมริกาแบบละเอียด เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าแต่ละแห่งมีจุดเด่นอย่างไร และเหมาะกับการท่องเที่ยวแบบไหน

merli

ประวัติความเป็นมาและจุดกำเนิด

Disneyland ถือเป็นสวนสนุกแห่งแรกของดิสนีย์ เปิดให้บริการเมื่อปี 1955 ที่เมืองอนาไฮม์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดย วอลต์ ดิสนีย์ เป็นผู้คิดแนวทางและควบคุมการก่อสร้างด้วยตัวเอง แนวคิดหลักคือการสร้างสถานที่พักผ่อนที่ครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันได้ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถสนุกไปพร้อมกันในโลกแห่งจินตนาการ

หลังจาก Disneyland ประสบความสำเร็จอย่างสูง ดิสนีย์จึงขยายแนวคิดให้ยิ่งใหญ่ขึ้น จนเกิดเป็น Disney World ซึ่งเปิดในปี 1971 ที่รัฐฟลอริดา โครงการนี้ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าสวนสนุก แต่เป็นรีสอร์ตขนาดใหญ่ที่รวมสวนสนุก โรงแรม ร้านค้า และสถานบันเทิงไว้ในพื้นที่เดียว เปรียบเสมือนเมืองแห่งความบันเทิงขนาดย่อม

dlr_webpage_herowithcurve_mob

ที่ตั้งและขนาดพื้นที่

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือเรื่องขนาดพื้นที่ โดย Disneyland ตั้งอยู่ในเมืองอนาไฮม์ รัฐแคลิฟอร์เนีย มีพื้นที่ประมาณ 500 เอเคอร์ (ประมาณ 1,265 ไร่) ขนาดไม่ใหญ่มาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวได้สะดวก และใช้เวลาเพียง 1–2 วันก็สามารถเก็บเครื่องเล่นสำคัญได้เกือบครบ นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ใกล้เขตเมืองใหญ่ ทำให้การเดินทางสะดวก

ขณะที่ Disney World ตั้งอยู่ที่เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา มีพื้นที่มากกว่า 25,000 เอเคอร์ (ประมาณ 62,500 - 63,000 ไร่) หรือใหญ่กว่า Disneyland หลายสิบเท่า ภายในมีทั้งสวนสนุกหลายแห่ง โรงแรมจำนวนมาก สนามกอล์ฟ สวนน้ำ และระบบขนส่งภายในพื้นที่ เช่น รถบัส เรือ และรถไฟฟ้า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องใช้เวลา 4–7 วันจึงจะเที่ยวได้ทั่ว

disney-banner

จำนวนสวนสนุกและโซนท่องเที่ยว

Disneyland มีสวนสนุกหลัก 2 แห่ง ได้แก่

- Disneyland Park สวนสนุกดั้งเดิมที่มีปราสาทเจ้าหญิงและเครื่องเล่นคลาสสิกจำนวนมาก

- Disney California Adventure ที่เน้นเครื่องเล่นทันสมัยและธีมภาพยนตร์ร่วมสมัย

ในขณะที่ Disney World มีสวนสนุกหลักถึง 4 แห่ง ได้แก่

- Magic Kingdom สวนสนุกหลักที่มีปราสาทซินเดอเรลล่าเป็นสัญลักษณ์

- EPCOT ที่เน้นเทคโนโลยี นวัตกรรม และวัฒนธรรมโลก

- Hollywood Studios ที่จำลองโลกภาพยนตร์และเครื่องเล่นจากหนังดัง

- Animal Kingdom ที่ผสมผสานสวนสัตว์กับเครื่องเล่นผจญภัย

นอกจากนี้ยังมีสวนน้ำ รีสอร์ตหรู และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ทำให้ Disney World มีความหลากหลายมากกว่าอย่างชัดเจน

b

บรรยากาศและเอกลักษณ์ของแต่ละแห่ง

Disneyland มีบรรยากาศอบอุ่นและคลาสสิก เพราะเป็นสถานที่ที่ วอลต์ ดิสนีย์ มีส่วนร่วมโดยตรง หลายพื้นที่ยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิมไว้ ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประวัติศาสตร์และเสน่ห์แบบต้นฉบับของดิสนีย์

ส่วน Disney World เน้นความยิ่งใหญ่และความทันสมัย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์แบบครบวงจร ทั้งการพักผ่อน การท่องเที่ยว และกิจกรรมความบันเทิงหลากหลายรูปแบบในพื้นที่เดียว

ระยะเวลาและรูปแบบการท่องเที่ยว

Disneyland เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัด ต้องการเที่ยวสวนสนุกแบบรวดเร็ว หรือเดินทางท่องเที่ยวในเมืองใกล้เคียงร่วมด้วย

ในทางกลับกัน Disney World เหมาะกับการวางแผนท่องเที่ยวระยะยาว เช่น การพักผ่อนทั้งครอบครัวหรือทริปหลายวัน เนื่องจากมีสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมากและพื้นที่กว้างขวาง

95e7d963-79dc-46f5-9388-4a128

ค่าใช้จ่ายและการวางแผน

โดยทั่วไป Disneyland ใช้งบประมาณน้อยกว่า เพราะใช้เวลาเที่ยวสั้นกว่าและมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ขณะที่ Disney World มักมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ทั้งค่าที่พัก ค่าเดินทางภายในพื้นที่ และระยะเวลาการท่องเที่ยวที่ยาวกว่า จึงต้องวางแผนล่วงหน้ามากเป็นพิเศษ

สรุปความแตกต่างสำคัญ

Disneyland เป็นสวนสนุกต้นกำเนิดของดิสนีย์ ขนาดกะทัดรัด เที่ยวได้ในระยะเวลาไม่นาน และมีเสน่ห์แบบคลาสสิก ส่วน Disney World เป็นรีสอร์ตขนาดมหึมาที่พัฒนาต่อยอดจากแนวคิดเดิม มีสวนสนุกหลายแห่งและกิจกรรมครบวงจร

แม้ทั้งสองแห่งจะอยู่ภายใต้แบรนด์ดิสนีย์เหมือนกัน แต่ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกไปเที่ยวที่ใดจึงขึ้นอยู่กับเวลา งบประมาณ และรูปแบบการท่องเที่ยวที่ต้องการ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล